ฟันคุดมีกี่ซี่? สรุปจำนวนฟันคุดที่คนปกติควรมี พร้อมวิธีเช็กด้วยตัวเอง

คนปกติทั่วไปมีฟันคุดได้มากที่สุด 4 ซี่ โดยจะอยู่บริเวณมุมในสุดของขากรรไกร แบ่งเป็นฟันบน 2 ซี่ (ซ้าย-ขวา) และฟันล่าง 2 ซี่ (ซ้าย-ขวา) อย่างไรก็ตาม บางคนอาจมีฟันคุดไม่ครบ 4 ซี่ หรือบางกรณีที่พบได้น้อยมากคือไม่มีฟันคุดเลย ซึ่งสามารถยืนยันจำนวนที่แน่นอนได้ด้วยการเอกซเรย์โดยทันตแพทย์
หลายคนอาจเคยได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับความเจ็บปวดของการผ่าฟันคุดมาบ้าง จนเกิดความสงสัยและเริ่มกลับมาสำรวจช่องปากของตัวเองว่าตอนนี้ ฟันคุดมีกี่ซี่ แล้วเรามีโอกาสที่จะต้องเผชิญหน้ากับฟันเจ้าปัญหานี้ครบทุกซี่เลยหรือไม่ การเข้าใจเรื่องจำนวนและธรรมชาติของฟันคุดจะช่วยให้สามารถวางแผนดูแลสุขภาพช่องปากได้อย่างถูกต้อง ไม่ต้องนั่งระแวงเวลาที่มีอาการปวดฟันซี่ในสุด วันนี้เราจะพาไปเจาะลึกแบบเข้าใจง่าย สรุปครบทุกประเด็นที่ควรรู้เกี่ยวกับฟันคุด เพื่อให้เตรียมตัวรับมือได้อย่างมั่นใจ
ทำความรู้จักฟันคุดและคำถามยอดฮิต ฟันคุดมีกี่ซี่?
ฟันคุด คือ ฟันแท้ที่ไม่สามารถขึ้นมาในช่องปากได้ตามปกติเนื่องจากพื้นที่ของขากรรไกรไม่เพียงพอ หรือทิศทางการขึ้นของฟันมีความผิดปกติ ทำให้ฟันซี่นั้นฝังตัวอยู่ใต้เหงือกหรือกระดูกขากรรไกร โดยส่วนใหญ่แล้วฟันคุดมักจะเป็นฟันกรามแท้ซี่ที่สาม ซึ่งเป็นฟันซี่ในสุดที่จะเติบโตขึ้นมาในช่วงอายุระหว่าง 17 ถึง 25 ปี ซึ่งเป็นช่วงวัยที่ขากรรไกรเจริญเติบโตเต็มที่แล้ว
เมื่อพูดถึงจำนวนว่าคนเรา ฟันคุดมีกี่ซี่ คำตอบตามโครงสร้างอนาโตมีของมนุษย์ทั่วไปคือมีได้สูงสุด 4 ซี่ โดยแบ่งออกเป็นมุมบนซ้าย มุมบนขวา มุมล่างซ้าย และมุมล่างขวา แต่ละมุมจะมีฟันกรามซี่ในสุดอยู่มุมละ 1 ซี่ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะต้องมีฟันคุดขึ้นมาครบทั้ง 4 ซี่เสมอไป บางคนอาจจะมีฟันคุดขึ้นมาเพียง 1 หรือ 2 ซี่ หรือในบางรายอาจไม่มีฟันคุดโผล่ขึ้นมาเลยเนื่องจากฟันฝังอยู่ลึกมากจนมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า
การที่ฟันคุดไม่ขึ้นมาให้เห็นไม่ได้แปลว่าไม่มีฟันคุดอยู่จริง เพราะฟันเหล่านั้นอาจจะนอนราบอยู่ใต้เหงือกและกำลังเบียดฟันซี่ข้าง ๆ อยู่โดยที่ไม่มีอาการแสดงออกในระยะแรก การรู้ว่า ฟันคุดมีกี่ซี่ ในช่องปากของตัวเองจึงจำเป็นต้องพึ่งพาการตรวจเช็กอย่างละเอียดเพื่อป้องกันปัญหาบานปลายในอนาคต
ทำไมบางคนมีฟันคุดไม่เท่ากัน และปัจจัยที่ทำให้จำนวนแตกต่าง

แม้ว่ามาตรฐานตามธรรมชาติจะมีฟันคุด 4 ซี่ แต่ในความเป็นจริงหมอฟันมักจะเจอคนไข้ที่มีจำนวนฟันคุดแตกต่างกันไปอย่างสิ้นเชิง ปัจจัยหลักที่กำหนดว่าแต่ละคนจะ ฟันคุดมีกี่ซี่ นั้นขึ้นอยู่กับสิ่งเหล่านี้
พันธุกรรมและการวิวัฒนาการของมนุษย์
มนุษย์ในยุคโบราณมีขากรรไกรที่กว้างและแข็งแรงมากเนื่องจากต้องเคี้ยวอาหารดิบและเหนียว ทำให้มีพื้นที่เพียงพอสำหรับฟันกรามทั้ง 32 ซี่ แต่เมื่อเวลาผ่านไป มนุษย์มีการวิวัฒนาการ ขากรรไกรมีขนาดเล็กลงเนื่องจากพฤติกรรมการกินอาหารที่อ่อนนุ่มลง แต่จำนวนฟันยังคงเท่าเดิม ส่งผลให้ฟันซี่สุดท้ายไม่มีพื้นที่เพียงพอในการขึ้นและกลายเป็นฟันคุดในที่สุด พันธุกรรมจากพ่อแม่จึงมีส่วนสำคัญในการกำหนดขนาดขากรรไกรและจำนวนหน่อฟันคุด
การขาดหายไปของหน่อฟันตามธรรมชาติ
บางคนเกิดมาโดยไม่มีหน่อฟันกรามซี่ที่สามเลยตั้งแต่แรก ซึ่งถือเป็นเรื่องโชคดีมาก เพราะกลุ่มนี้จะไม่มีฟันคุดฝังอยู่ใต้เหงือกเลยแม้แต่ซี่เดียว การขาดหายไปของหน่อฟันนี้สามารถเกิดขึ้นได้กับบางซี่ เช่น มีหน่อฟันเฉพาะฟันบน แต่ฟันล่างไม่มี ทำให้จำนวนฟันคุดลดลงไปโดยปริยาย
ลักษณะของพื้นที่ขากรรไกร
ในบางกรณี ฟันกรามซี่ที่สามสามารถขึ้นมาได้ตรงตามปกติเหมือนฟันซี่อื่น ๆ หากคนนั้นมีขากรรไกรที่ยาวและกว้างพอ กรณีแบบนี้ฟันซี่นั้นจะไม่ถูกเรียกว่าฟันคุด แต่จะทำหน้าที่เป็นฟันเคี้ยวอาหารตามปกติ ดังนั้นคำถามที่ว่า ฟันคุดมีกี่ซี่ จึงต้องพิจารณาจากลักษณะการขึ้นของฟันร่วมด้วย
วิธีเช็กฟันคุดด้วยตัวเองง่าย ๆ ที่ใครก็ทำได้
การสังเกตช่องปากของตัวเองเป็นประจำจะช่วยให้รู้เท่าทันก่อนที่ฟันคุดจะสร้างปัญหารุนแรง ลองมาดูวิธีเช็กอาการและจำนวนฟันคุดในเบื้องต้นกันว่ามีแนวโน้มอย่างไรบ้าง
- นับจำนวนฟันกราม: ลองใช้กระจกส่องดูฟันซี่ในสุด หากนับจากฟันหน้าซี่แรกไล่ไปจนถึงซี่ในสุดแล้วมีฟันเกิน 28 ซี่ (โดยไม่ได้จัดฟันหรือถอนฟันมาก่อน) ฟันซี่ที่ 29 ถึง 32 นั้นมักจะเป็นฟันกรามซี่สุดท้าย หากขึ้นมาได้เพียงบางส่วนหรือขึ้นเอียง นั่นคือฟันคุดแน่นอน
- สังเกตอาการปวดตื้อ ๆ บริเวณมุมปาก: หากรู้สึกปวดหน่วง ๆ บริเวณเหงือกด้านในสุด โดยเฉพาะช่วงอายุ 17-25 ปี นั่นอาจเป็นสัญญาณว่าฟันคุดกำลังพยายามดันตัวขึ้นมา
- เช็กอาการเหงือกบวมอักเสบ: ฟันคุดที่ขึ้นมาได้บางส่วนมักจะมีเศษอาหารไปสะสมอยู่ใต้เหงือกที่คลุมฟัน ทำให้เกิดการอักเสบ บวม แดง และบางครั้งอาจมีกลิ่นปากรุนแรงในบริเวณนั้น
- อาการเจ็บเสียวฟันซี่ข้างเคียง: หากรู้สึกเสียวฟันหรือปวดฟันกรามซี่ที่อยู่ถัดเข้ามา อาจเกิดจากการที่ฟันคุดนอนเอียงแล้วเอาหัวฟันมาชนและเบียดรากฟันซี่ข้าง ๆ จนเริ่มผุหรือละลายตัว
การเช็กด้วยตัวเองเป็นเพียงการประเมินในระดับหนึ่งเท่านั้น เพราะหากต้องการคำตอบที่ชัดเจนแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าตกลงแล้วตัวเราเองมี ฟันคุดมีกี่ซี่ และวางตัวอยู่ในลักษณะไหน การเข้าพบทันตแพทย์เพื่อทำการเอกซเรย์ช่องปากแบบพาโนรามิกจะเป็นวิธีเดียวที่ให้ข้อมูลได้อย่างแม่นยำที่สุด เนื่องจากฟันคุดหลายซี่มักซ่อนตัวอยู่ใต้กระดูกแบบมิดชิดโดยไม่แสดงอาการใด ๆ ออกมาเลย
ประเภทของฟันคุดและการวางตัวใต้เหงือก
ฟันคุดไม่ได้นอนอยู่ท่าเดียวเสมอไป ทันตแพทย์มักจะจำแนกประเภทของฟันคุดตามลักษณะการเอียงตัวและการฝังตัวในกระดูก ซึ่งส่งผลต่อความยากง่ายในการรักษาและการเอาออก
ฟันคุดที่ขึ้นตรง (Vertical Impaction)
เป็นฟันคุดที่ตั้งตรงตามปกติเหมือนฟันทั่วไป แต่ไม่สามารถโผล่พ้นเหงือกขึ้นมาได้ทั้งหมดเนื่องจากติดเหงือกหรือกระดูกด้านบน ฟันประเภทนี้มักจะเอาออกได้ง่ายที่สุด
ฟันคุดที่เอียงเข้าหาฟันข้างเคียง (Mesial Impaction)
ลักษณะคือตัวฟันจะเอียงมาทางด้านหน้าชนเข้ากับรากฟันกรามซี่ที่อยู่ติดกัน เป็นรูปแบบที่พบได้บ่อยที่สุดและสร้างปัญหาทำให้ฟันซี่ข้าง ๆ ผุได้ง่ายมากหากปล่อยทิ้งไว้
ฟันคุดที่เอียงออกจากฟันข้างเคียง (Distal Impaction)
ตัวฟันจะเอียงไปทางด้านหลังหันเข้าหาขากรรไกรด้านใน การวางตัวแบบนี้ทำให้การผ่าตัดมีความซับซ้อนขึ้นเนื่องจากเข้าถึงตำแหน่งฟันได้ยาก
ฟันคุดในแนวนอน (Horizontal Impaction)
เป็นลักษณะที่ฟันคุดนอนราบในแนวนอน 90 องศากับฟันซี่อื่น ๆ หัวฟันจะชนเข้ากับฟันซี่ข้างเคียงอย่างจัง ฟันคุดประเภทนี้จำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดแบ่งฟันออกเป็นชิ้นเล็ก ๆ ก่อนทำการดึงออกมา
ช่วงอายุที่มักเจอฟันคุด และทำไมต้องใส่ใจช่วงวัยนี้
โดยทั่วไปแล้วฟันคุดจะเริ่มก่อตัวขึ้นตั้งแต่วัยเด็ก แต่จะพัฒนาจนเห็นรูปร่างชัดเจนและเริ่มพยายามดันตัวผ่านเหงือกขึ้นมาในช่วงอายุ 17-25 ปี ซึ่งเป็นช่วงที่ร่างกายเติบโตเต็มที่ ทันตแพทย์จึงมักเรียกฟันซี่นี้ว่า ฟันแห่งความรู้แจ้ง หรือ Wisdom Teeth เพราะขึ้นมาในช่วงวัยที่เริ่มมีความคิดความอ่านเป็นผู้ใหญ่
การใส่ใจช่วงวัยนี้มีความสำคัญมาก เนื่องจากรากฟันคุดยังเจริญเติบโตไม่เต็มที่ กระดูกขากรรไกรยังมีความยืดหยุ่นสูง ทำให้การผ่าตัดหรือถอนฟันคุดในช่วงอายุนี้ทำได้ง่าย เจ็บน้อยกว่า และแผลหายเร็วกว่าการปล่อยทิ้งไว้จนอายุมากขึ้น ซึ่งกระดูกจะเริ่มแข็งตัวและรากฟันจะยาวไปชิดกับเส้นประสาทขากรรไกรมากขึ้น
สัญญาณเตือนอันตรายที่บอกว่าฟันคุดกำลังเริ่มอักเสบ

ในหลายกรณีที่ฟันคุดยังไม่โผล่ขึ้นมา แต่อาจเกิดปัญหาใต้เหงือกได้โดยที่เราไม่รู้ตัว สัญญาณเตือนต่อไปนี้คือสิ่งบ่งบอกว่าควรรีบไปพบทันตแพทย์ทันที
- มีกลิ่นปากผิดปกติ แม้ว่าจะแปรงฟันสะอาดแล้วก็ตาม
- รู้สึกตึงหรือเจ็บแปลบ ๆ ลามไปจนถึงบริเวณใบหูหรือขมับ
- ต่อมน้ำเหลืองใต้ขากรรไกรมีอาการบวมโตและกดเจ็บ
- เริ่มกลืนอาหารลำบาก หรืออ้าปากได้แคบลงกว่าเดิม
- มีหนองหรือรสชาติแปลก ๆ ซึมออกมาจากบริเวณซอกฟันในสุด
หากปล่อยสัญญาณเตือนเหล่านี้ทิ้งไว้ เชื้อแบคทีเรียอาจแพร่กระจายเข้าสู่กระแสเลือดหรือเนื้อเยื่อส่วนลึกของใบหน้าและลำคอ ซึ่งเป็นอันตรายร้ายแรงและทำให้การรักษามีความยุ่งยากซับซ้อนขึ้นมาก
ปล่อยฟันคุดทิ้งไว้ไม่เอาออก จะส่งผลเสียอย่างไรบ้าง
หลายคนเมื่อรู้ว่าตัวเองมีฟันคุดแต่ยังไม่มีอาการปวดก็มักจะเลือกละเลยและปล่อยทิ้งไว้ ซึ่งการเก็บฟันคุดที่ไม่มีประโยชน์และขัดขวางการทำความสะอาดไว้ในช่องปากสามารถส่งผลกระทบระยะยาวได้หลายอย่าง
- ฟันผุรุนแรง: ฟันคุดที่ขึ้นมาไม่เต็มซี่จะมีซอกเหงือกเล็ก ๆ ที่แปรงฟันเข้าไม่ถึง เศษอาหารและแบคทีเรียจะไปสะสมอยู่ตรงนั้น ทำให้ฟันคุดผุและลามไปผุฟันกรามซี่ข้างเคียงจนบางครั้งต้องถอนทิ้งทั้งสองซี่
- เหงือกอักเสบติดเชื้อ (Pericoronitis): เมื่อมีเศษอาหารเข้าไปติดใต้เหงือกที่คลุมฟันคุด จะเกิดการสะสมของเชื้อโรคจนเหงือกบวมอย่างรุนแรง อ้าปากไม่ขึ้น เจ็บคอ และอาจกลายเป็นฝีหนองลามไปสู่เนื้อเยื่อส่วนอื่น
- การละลายตัวของรากฟันข้างเคียง: แรงดันจากฟันคุดที่พยายามดันตัวขึ้นมาจะไปเบียดรากฟันซี่ติดกัน ทำให้เกิดการละลายตัวของรากฟันและสูญเสียฟันซี่สำคัญไปอย่างน่าเสียดาย
- การเกิดถุงน้ำหรือเนื้องอก (Cyst/Tumor): ถุงหุ้มฟันคุดที่อยู่ใต้กระดูกหากถูกทิ้งไว้นาน ๆ อาจมีการเปลี่ยนแปลงกลายเป็นถุงน้ำ ซึ่งจะค่อย ๆ ขยายใหญ่และทำลายกระดูกขากรรไกรโดยรอบ ทำให้ขากรรไกรบริเวณนั้นอ่อนแอและหักได้ง่าย
- ฟันซ้อนเก: แรงดันต่อเนื่องจากฟันคุดสามารถเบียดให้ฟันซี่หน้าเกิดการบิด เบี้ยว หรือซ้อนเก ส่งผลต่อความสวยงามและการเคี้ยวอาหาร
การเข้าพบหมอฟันเพื่อประเมินว่าควรเอาออกในช่วงเวลาที่เหมาะสมจึงเป็นสิ่งสำคัญมาก ไม่จำเป็นต้องรอให้เกิดอาการปวดรุนแรงก่อนแล้วค่อยมาจัดการ
ความแตกต่างระหว่างการถอนฟันคุดและการผ่าฟันคุด
ระดับความลึกและการโผล่ของฟันคุดจะเป็นตัวกำหนดรูปแบบการรักษา ซึ่งแบ่งออกเป็นสองวิธีหลัก
การถอนฟันคุดแบบปกติ
วิธีนี้ใช้ในกรณีที่ฟันคุดโผล่พ้นเหงือกขึ้นมาได้มาก ตั้งตรง และมีลักษณะรากฟันที่ไม่ซับซ้อน ทันตแพทย์สามารถใช้เครื่องมือถอนฟันโยกและดึงออกมาได้ทันทีเหมือนฟันซี่ทั่วไป การรักษาแบบนี้จะเจ็บน้อยกว่า บวมน้อยกว่า และแผลหายได้ค่อนข้างเร็ว
การผ่าตัดฟันคุด
ใช้ในกรณีที่ฟันคุดยังฝังอยู่ใต้เหงือก นอนราบ หรือถูกกระดูกขากรรไกรปิดทับไว้ ทันตแพทย์จำเป็นต้องฉีดยาชา เปิดแผลที่เหงือก แล้วกรอกระดูกที่ทับฟันออก จากนั้นอาจต้องตัดแบ่งตัวฟันออกเป็นชิ้นเล็ก ๆ เพื่อให้สามารถนำออกมาได้ วิธีนี้จะใช้เวลาในการรักษานานกว่า และมีอาการบวมช้ำหลังทำมากกว่าการถอนปกติ
การเตรียมตัวก่อนและหลังการผ่าฟันคุด
เมื่อตรวจเช็กแล้วพบว่ามีฟันคุดที่ต้องกำจัดออก การเตรียมร่างกายและจิตใจให้พร้อมจะช่วยลดความกังวลและทำให้แผลหายได้ไวขึ้น
การเตรียมตัวก่อนเข้ารับการรักษา
ควรพักผ่อนให้เพียงพอ กินอาหารให้อิ่มท้องก่อนมาโรงพยาบาลหรือคลินิกเนื่องจากหลังทำเสร็จอาจจะยังกินอาหารได้ไม่สะดวก หากมีโรคประจำตัวหรือกำลังกินยาละลายลิ่มเลือด จำเป็นต้องแจ้งให้ทันตแพทย์ทราบล่วงหน้าอย่างละเอียด รวมถึงเตรียมเสื้อผ้าที่ใส่สบายและทำความสะอาดช่องปากมาให้เรียบร้อย
การดูแลตัวเองหลังการเอาฟันคุดออก
- กัดผ้าก๊อซให้แน่น: กัดผ้าก๊อซตรงบริเวณแผลไว้ประมาณ 1-2 ชั่วโมงเพื่อห้ามเลือด และให้กลืนน้ำลายตามปกติ ห้ามบ้วนน้ำลายหรือเลือดทิ้งเพราะแรงพ่นจะทำให้เลือดไหลไม่หยุด
- ประคบเย็น: ในช่วง 24-48 ชั่วโมงแรก ให้ใช้เจลเย็นประคบบริเวณแก้มด้านที่ทำเพื่อลดอาการบวม หลังจากผ่าน 48 ชั่วโมงไปแล้วหากยังมีอาการบวมอยู่ให้เปลี่ยนเป็นประคบอุ่นแทน
- เลือกกินอาหารอ่อน: ในช่วงวันแรก ๆ ควรเน้นอาหารที่เคี้ยวง่าย เช่น โจ๊ก ข้าวต้ม โยเกิร์ต และหลีกเลี่ยงอาหารที่ร้อนจัด เผ็ดจัด หรืออาหารกึ่งสุกกึ่งดิบ
งดพฤติกรรมเสี่ยง: ห้ามใช้หลอดดูดน้ำเพราะแรงดูดจะทำให้ลิ่มเลือดที่อุดแผลหลุดออก งดการสูบบุหรี่และดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เด็ดขาดเนื่องจากจะทำให้แผลหายช้าและเสี่ยงต่อการติดเชื้อ - รักษาความสะอาดอย่างระมัดระวัง: ยังคงต้องแปรงฟันตามปกติเพื่อลดการสะสมของเชื้อโรค แต่ให้เว้นบริเวณแผลไว้ และใช้น้ำเกลือหรือน้ำสะอาดบ้วนปากเบา ๆ หลังกินอาหาร
หากมีอาการปวดสามารถกินยาแก้ปวดตามที่ทันตแพทย์จัดให้ได้ตามอาการ และเมื่อครบกำหนดประมาณ 7 วัน ก็กลับมาตัดไหมและตรวจเช็กความเรียบร้อยของแผลอีกครั้ง
สรุปเรื่องฟันคุดและการดูแลสุขภาพช่องปาก
การรู้ว่าตัวเราเองมี ฟันคุดมีกี่ซี่ และอยู่ในตำแหน่งใดบ้าง ถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญในการป้องกันปัญหาสุขภาพช่องปากระยะยาว ฟันคุดไม่ใช่เรื่องที่น่ากลัวหากได้รับการตรวจเจอตั้งแต่เนิ่น ๆ และจัดการอย่างถูกวิธีโดยผู้เชี่ยวชาญ การตรวจสุขภาพฟันประจำปีและการเอกซเรย์ช่องปากจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามเลย
คลินิกทันตกรรมพาสุข (Pasook Dental Clinic) พร้อมช่วยเหลือคุณ ด้วยการให้คำปรึกษาโดยทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มีความชำนาญเฉพาะทาง คลินิกสะอาด ปลอดภัย และได้มาตรฐานสากล พร้อมเครื่องมือทันสมัยที่ช่วยให้การรักษามีความแม่นยำ นอกจากนี้ยังมีสาขาให้เลือกมากมายครอบคลุมหลายพื้นที่ เดินทางสะดวก มั่นใจได้ว่าทุกปัญหาฟันของคุณจะได้รับการดูแลอย่างใส่ใจ เพื่อส่งมอบรอยยิ้มที่สวยงามและสุขภาพช่องปากที่สมบูรณ์แบบกลับคืนสู่คุณอีกครั้ง
FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับฟันคุด
1.ฟันคุดมีกี่ซี่ ในคนปกติทั่วไป
คนปกติทั่วไปสามารถมีฟันคุดได้มากที่สุด 4 ซี่ อยู่ที่บริเวณมุมปากด้านในสุดทั้งบนและล่าง ซ้ายและขวา แต่บางคนอาจมีไม่ครบ 4 ซี่ หรือไม่มีเลยก็ได้ขึ้นอยู่กับโครงสร้างทางพันธุกรรมของแต่ละบุคคล
2. ถ้าไม่มีอาการปวดเลย จำเป็นต้องผ่าฟันคุดออกไหม
หากตรวจพบว่าเป็นฟันคุดที่ไม่สามารถขึ้นได้ตามปกติ แม้จะยังไม่มีอาการปวดก็แนะนำให้เอาออก เนื่องจากฟันคุดสามารถสร้างปัญหาเงียบ ๆ เช่น ทำให้ฟันซี่ข้าง ๆ ผุ เกิดถุงน้ำใต้เหงือก หรือทำให้โครงสร้างฟันเกได้ในอนาคต
3. การถอนฟันคุดกับการผ่าฟันคุด แตกต่างกันอย่างไร
ความแตกต่างขึ้นอยู่กับตำแหน่งของฟัน หากฟันคุดโผล่พ้นเหงือกขึ้นมาได้มากและรากฟันไม่ยึดเกาะแน่น ทันตแพทย์สามารถใช้วิธีถอนออกได้ตามปกติ แต่หากฟันยังฝังอยู่ใต้เหงือกหรือกระดูก ขวางแนวฟันซี่อื่น จะต้องใช้วิธีการผ่าตัดเปิดเหงือกและแบ่งฟันออกเพื่อนำออกมา
4. อายุเท่าไหร่ถึงควรเริ่มตรวจเช็กฟันคุด
ช่วงอายุที่เหมาะสมที่สุดในการตรวจเช็กคือช่วงอายุ 16-20 ปี เนื่องจากเป็นช่วงที่รากของฟันคุดยังเจริญเติบโตไม่เต็มที่ ทำให้การนำเอาฟันออกทำได้ง่ายกว่า แผลหายเร็วกว่า และลดความเสี่ยงที่จะเกิดการกดทับเส้นประสาท
5. หลังผ่าฟันคุดแล้วอาการบวมจะยุบลงภายในกี่วัน
อาการบวมและเจ็บหลังจากผ่าฟันคุดเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้ โดยจะบวมมากที่สุดในช่วงวันที่ 2-3 หลังจากนั้นอาการบวมจะค่อย ๆ ยุบลงและหายเป็นปกติภายในเวลาประมาณ 5-7 วัน หากดูแลแผลตามคำแนะนำของทันตแพทย์อย่างเคร่งครัด



