ผ่าฟันคุดมา 7 วัน ยังปวดอยู่ปกติไหม? เช็ก 5 สัญญาณเตือนภาวะเบ้าฟันอักเสบ

การที่ผ่าฟันคุดมา 7 วัน แล้วยังปวดอยู่เล็กน้อยหรือปวดตึง ๆ ในระดับที่กินยาแก้ปวดแล้วบรรเทาลง ถือเป็นเรื่องที่พบได้ในกรณีที่เคสผ่าตัดมีความยาก ต้องกรอกระดูกหรือแบ่งฟันหลายส่วน แต่หากมีอาการปวดรุนแรงเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ยาแก้ปวดเอาไม่อยู่ มีกลิ่นเหม็นรุนแรง หรือมีหนองซึม อาการเช่นนี้ถือว่าผิดปกติและเสี่ยงต่อภาวะเบ้าฟันอักเสบ ควรรีบไปพบทันตแพทย์ทันที
สำหรับใครที่เพิ่งผ่านศึกหนักบนเตียงทำฟันมาจนครบหนึ่งสัปดาห์เต็ม แต่กลับพบว่าอาการเจ็บจี๊ดยังไม่ยอมหายไปไหน จนทำให้เกิดความกังวลใจว่าการที่ ผ่าฟันคุดมา 7 วัน ยังปวดอยู่ แบบนี้จะมีความผิดปกติเกิดขึ้นใต้เหงือกหรือไม่ เพราะตามปกติแล้วหลายคนมักจะบอกว่าอาการจะค่อย ๆ ดีขึ้นหลังผ่านไป 3 ถึง 5 วัน ความสงสัยและความระแวงนี้อาจทำให้คุณนอนไม่หลับและไม่กล้ากินอาหารตามปกติ การมีความรู้เพื่อเช็กอาการด้วยตัวเองอย่างละเอียดจะช่วยให้คุณประเมินได้ว่า อาการปวดที่เป็นอยู่คือกระบวนการหายตามธรรมชาติของร่างกาย หรือเป็นสัญญาณอันตรายของภาวะแทรกซ้อนที่ต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วนกันแน่
ทำความเข้าใจกระบวนการสมานแผลตามธรรมชาติหลังผ่าฟันคุด
การผ่าตัดฟันคุดไม่ใช่แค่การถอนฟันธรรมดา แต่เป็นการศัลยกรรมขนาดเล็กที่ระบบร่างกายต้องเจอกับการรบกวนทั้งเนื้อเยื่อเหงือก เส้นเลือด และกระดูกขากรรไกร หลังจากที่ฟันหลุดออกไป ร่างกายจะเริ่มส่งสัญญาณกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันให้ส่งเม็ดเลือดขาวและสารอาหารต่าง ๆ เข้ามาสร้างเนื้อเยื่อใหม่เพื่อซ่อมแซมและปิดช่องว่างในเบ้าฟันคุด
ในเคสที่ฟันคุดนอนราบหรือฝังลึก ทันตแพทย์จำเป็นต้องใช้หัวกรอตัดกระดูกขากรรไกรออกบางส่วน ซึ่งเนื้อเยื่อกระดูกนี้เป็นส่วนที่ใช้เวลาในการเยียวยาตัวเองค่อนข้างนานกว่าเนื้อเยื่อเหงือกด้านบน ดังนั้น การที่บางคนพบว่า ผ่าฟันคุดมา 7 วัน ยังปวดอยู่ อาจเกิดจากความบอบช้ำของกระดูกรอบ ๆ เบ้าฟันที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ร้อยเปอร์เซ็นต์ ซึ่งในระดับอาการปวดตึง ๆ ที่ไม่รุนแรงและค่อย ๆ ลดระดับลง ถือเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการอักเสบเพื่อซ่อมแซมตัวเองของร่างกาย
อย่างไรก็ตาม หากระดับความเจ็บปวดกลับสวนทาง คือยิ่งเวลาผ่านไปนานกลับยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ นั่นแปลว่ากลไกการสมานแผลตามธรรมชาติกำลังเกิดอุปสรรค ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเกิดจากการหลุดลอกของลิ่มเลือดที่คอยปกป้องแผล จนนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่สร้างความทรมานให้กับผู้ป่วย
เช็ก 5 สัญญาณเตือนอันตรายของภาวะเบ้าฟันอักเสบ
เมื่ออาการปวดไม่ยอมทุเลาลง และดูเหมือนว่าจะรุนแรงขึ้นเมื่อเข้าสู่วันที่ 7 สิ่งที่คุณต้องเฝ้าระวังมากที่สุดคือภาวะเบ้าฟันอักเสบ หรือที่ทางการแพทย์เรียกว่า Dry Socket ลองมาเช็ก 5 สัญญาณเตือนเหล่านี้ว่าตรงกับสิ่งที่คุณกำลังเผชิญอยู่หรือไม่
1. อาการปวดรุนแรงขึ้นอย่างฉับพลันหลังผ่านวันที่ 3-5 ไปแล้ว
นี่คือข้อสังเกตที่ชัดเจนที่สุด ตามปกติแผลควรจะระบมน้อยลงเรื่อย ๆ แต่หากคุณพบว่าหลังจากผ่านไป 3 วัน แผลที่เคยนิ่งกลับมาปวดระเบิด ปวดจี๊ดลึก ๆ เข้าไปในขากรรไกรจนกินไม่ได้นอนไม่หลับ แม้จะกินยาแก้ปวดที่หมอจัดให้ก็ไม่ช่วยให้อาการบรรเทาลงเลย
2. ปวดร้าวลามไปถึงใบหู ขมับ และลำคอ
เนื่องจากบริเวณขากรรไกรล่างมีเส้นประสาทขนาดใหญ่ที่เชื่อมต่อยาวไปถึงโครงสร้างใบหน้าส่วนบน เมื่อเกิดการอักเสบอย่างรุนแรงในเบ้าฟัน แรงปวดจะส่งกระแสประสาทร้าวขึ้นไปตามแนวแก้ม ลามไปถึงใบหู หรือขมับในฝั่งที่ผ่าฟันคุด ทำให้รู้สึกปวดหัวตื้อ ๆ ตลอดเวลา
3. มีกลิ่นเหม็นเน่ารุนแรงในช่องปากหรือรับรู้รสชาติแปลก ๆ
เมื่อลิ่มเลือดหลุดออกไป ร่องเบ้าฟันจะกลายเป็นหลุมลึกที่เศษอาหาร นำ้ลาย และแบคทีเรียเข้าไปสะสมได้ง่ายมาก หากเกิดการเน่าเสียของเศษอาหารใต้ไหมเย็บ คุณจะรู้สึกถึงรสชาติขม ๆ หรือรสชาติเบียร์บูดซึมออกมาจากแผล และมีกลิ่นปากที่รุนแรงมากแม้ว่าจะแปรงฟันสะอาดแล้วก็ตาม
4. มองเห็นกระดูกสีขาวซีดภายในหลุมแผล
หากคุณลองใช้ไฟฉายส่องดูในกระจกแล้วพบว่า บาดแผลไม่มีก้อนเลือดสีแดงเข้มหรือเนื้อเยื่อสีชมพูปกคลุม แต่กลับเห็นเป็นลักษณะหลุมโล่ง ๆ ที่มองเห็นผิวกระดูกสีขาวหรือสีเทาอยู่ก้นหลุม นั่นคือลักษณะทางกายภาพที่เด่นชัดที่สุดของภาวะเบ้าฟันแห้งอักเสบ
5. เหงือกโดยรอบบวมแดงเป่งและมีหนองซึม
แม้ว่าอาการบวมของแก้มด้านนอกจะยุบลงแล้ว แต่ถ้าเหงือกที่อยู่รอบ ๆ ไหมเย็บยังมีลักษณะแดงจัด บวมตึง และเมื่อใช้ลิ้นหรือนิ้วสะอาดกดเบา ๆ แล้วมีของเหลวคล้ายหนองสีเหลืองหรือสีขาวซึมออกมา ร่วมกับมีอาการไข้ต่ำ ๆ นั่นแสดงว่าแผลเกิดการติดเชื้อแบคทีเรียเรียบร้อยแล้ว
สาเหตุที่ทำให้ ผ่าฟันคุดมา 7 วัน ยังปวดอยู่

การที่กระบวนการสมานแผลผิดเพี้ยนไปจนทำให้มีอาการปวดลากยาวมาจนถึงหนึ่งสัปดาห์ มักจะมีต้นตอมาจากพฤติกรรมการดูแลตัวเองหรือปัจจัยจากตัวเคสการผ่าตัดเอง ดังต่อไปนี้
ลิ่มเลือดหลุดลอกก่อนเวลาอันควร
ลิ่มเลือดคือผ้าพันแผลตามธรรมชาติที่ร่างกายสร้างขึ้นมาปิดกระดูกและเส้นประสาท หากลิ่มเลือดนี้หลุดออกไปจากการบ้วนปากแรง ๆ การใช้หลอดดูดน้ำ หรือการเอาลิ้นไปเขี่ยเล่น จะทำให้กระดูกเบ้าฟันสัมผัสกับอากาศและอาหารโดยตรง จนเกิดความเจ็บปวดอย่างรุนแรง
เศษอาหารชิ้นเล็กหลุดเข้าไปฝังในเบ้าฟัน
การกินอาหารตามปกติหลังจากผ่านไป 3-4 วัน อาจมีเศษข้าว เมล็ดพริก หรือเศษเนื้อสัตว์ชิ้นเล็ก ๆ หลุดรอดผ่านไหมเย็บเข้าไปติดอยู่ก้นแผล โดยที่การบ้วนปากธรรมดาไม่สามารถเอาออกได้ เศษอาหารเหล่านี้จะกลายเป็นแหล่งเพาะเชื้อแบคทีเรียอย่างดี
ความยากและบอบช้ำของเคสผ่าตัด
ในกรณีที่รากฟันคุดงอเป็นตะขอ หรือตัวฟันนอนราบขนานกับเส้นประสาท ทันตแพทย์ต้องใช้เวลาในการกรอกระดูกรอบฟันเป็นเวลานาน ความร้อนจากหัวกรอและการออกแรงงัดฟันสะสมจะทำให้กระดูกรอบ ๆ เกิดการอักเสบในระดับลึก ซึ่งต้องใช้เวลาฟื้นตัวนานกว่าเคสทั่วไป
การสูบบุหรี่หรือดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
สารเคมีและนิโคตินในบุหรี่มีฤทธิ์ทำให้เส้นเลือดหดตัว ส่งผลให้เลือดไหลไปเลี้ยงและซ่อมแซมแผลได้น้อยลง อีกทั้งแรงดูดจากการสูบบุหรี่ยังเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ลิ่มเลือดหลุดออกมาด้วย
ความแตกต่างระหว่างปวดแผลตามปกติ กับ ปวดจากแผลติดเชื้อ
การแยกแยะอาการปวดให้ออกจะช่วยลดความวิตกกังวลได้มาก ความเจ็บปวดจากการสมานแผลตามปกติจะมีลักษณะปวดแบบหน่วง ๆ ตื้อ ๆ หรือปวดตึงระบมบริเวณกล้ามเนื้อขากรรไกร ยิ่งเวลาผ่านไปความรุนแรงจะค่อย ๆ ลดลงเรื่อย ๆ และสามารถควบคุมอาการปวดได้ด้วยยาพาราเซตามอลธรรมดา คนไข้ยังคงสามารถกลืนน้ำลายและอ้าปากได้กว้างขึ้นในแต่ละวัน
ในทางกลับกัน อาการปวดจากการติดเชื้อหรือแผลอักเสบแทรกซ้อนจะมีลักษณะปวดแสบปวดร้อน ปวดจี๊ดเหมือนมีเข็มทิ่มลึกเข้าไปในกระดูกตลอดเวลา มีไข้ตุม ๆ และความเจ็บปวดมักจะรุนแรงขึ้นจนทำลายสมาธิในการใช้ชีวิตประจำวัน ยาแก้ปวดทั่วไปแทบไม่ออกฤทธิ์ หากสังเกตเห็นว่าความปวดพุ่งสูงขัดแย้งกับจำนวนวันที่ผ่านไป ให้สงสัยไว้ก่อนเลยว่าเกิดการติดเชื้อขึ้นแล้ว
ข้อยกเว้นสำหรับเคสผ่าตัดรากฟันคุดติดเส้นประสาท
ในกรณีที่ภาพเอกซเรย์ก่อนผ่าตัดระบุชัดเจนว่า รากฟันคุดวางตัวอยู่ชิดหรือโอบล้อมเส้นประสาทรับความรู้สึกขากรรไกรล่าง (Inferior Alveolar Nerve) เคสลักษณะนี้จะมีความซับซ้อนสูงมาก ทันตแพทย์ต้องใช้ความระมัดระวังอย่างยิ่งยวดในการงัดรากฟัน
ความบอบช้ำใต้เหงือกลึกของเคสเบียดเส้นประสาท อาจส่งผลให้คนไข้บางคนรู้สึกชาบริเวณริมฝีปากล่าง ครึ่งซีกหน้า หรือปลายลิ้น ร่วมกับมีอาการปวดหน่วงลึก ๆ ยาวนานกว่าปกติ การที่เนื้อเยื่อรอบเส้นประสาทได้รับความกระทบกระเทือนจะทำให้กระบวนการส่งสัญญาณความเจ็บปวดทำงานไวขึ้น ส่งผลให้เกิดอาการปวดตึงยาวนานจนถึงวันที่ 7 ได้เช่นกัน ซึ่งภาวะชาและปวดหน่วงจากเส้นประสาทจะค่อย ๆ ฟื้นตัวกลับมาเป็นปกติโดยใช้เวลาตั้งแต่ไม่กี่สัปดาห์ไปจนถึงหลายเดือน
รูปแบบโครงสร้างขากรรไกร ปัจจัยที่ทำให้แผลหายช้าหรือเร็ว

สรีระใบหน้าและมวลกระดูกของแต่ละบุคคลมีผลโดยตรงต่อระยะเวลาการฟื้นตัวของแผล คนไข้ที่มีกระดูกขากรรไกรหนาและแน่นหนามาก (มักพบในผู้ชายหรือผู้ที่ชอบเคี้ยวอาหารเคี้ยวยาก) ทันตแพทย์จะต้องออกแรงงัดและใช้หัวกรอตัดกระดูกมากกว่าปกติ ส่งผลให้เกิดความร้อนและแรงดันสะสมในเนื้อกระดูกสูง แผลจึงอักเสบและระบมนานกว่าคนที่มีกระดูกขากรรไกรบาง
นอกจากนี้ บริเวณขากรรไกรล่างด้านในสุดเป็นจุดที่มีเส้นเลือดมาเลี้ยงน้อยกว่าขากรรไกรบน ทำให้กลไกการลำเลียงสารอาหารมาซ่อมแซมแผลทำได้ช้ากว่า การเข้าใจข้อจำกัดทางสรีระของตัวเองจะช่วยให้เข้าใจว่าทำไมแผลของเราถึงปวดนานกว่าคนอื่น
แนวทางการปฏิบัติตัวเมื่อแผลฟันคุดมีอาการปวดในวันที่ 7
หากคุณสำรวจแล้วพบว่าอาการปวดที่มีอยู่เป็นเพียงอาการปวดตึง ๆ ไม่มีสัญญาณอันตรายของภาวะติดเชื้อหรือเบ้าฟันแห้ง คุณสามารถดูแลตัวเองในเบื้องต้นเพื่อช่วยให้แผลสมานตัวได้ไวขึ้น
- ประคบอุ่นบริเวณแก้ม: หลังจากผ่าน 48 ชั่วโมงแรกไปแล้ว ความเย็นจะหมดประโยชน์ ให้เปลี่ยนมาใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นหรือเจลประคบอุ่นบริเวณแก้มฝั่งที่ปวด ความร้อนจะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต นำพาสารอาหารและเม็ดเลือดขาวมาซ่อมแซมแผลและช่วยลดอาการตึงของกล้ามเนื้อขากรรไกร
- อมน้ำเกลืออุ่น ๆ บ้วนปากเบา ๆ: ผสมเกลือป่นครึ่งช้อนชากับน้ำอุ่นหนึ่งแก้ว นำมาอมไว้ในปากช้า ๆ เอียงศีรษะให้ซ้ายขวาเพื่อให้น้ำเกลือไหลผ่านแผลเบา ๆ เพื่อช่วยฆ่าเชื้อโรคและล้างเศษอาหารขนาดเล็กออก โดยห้ามทำการพ่นหรือบ้วนน้ำออกจากปากแรง ๆ
- กินยาแก้ปวดตามอาการ: หากมีอาการปวดตึงสามารถกินยาพาราเซตามอลหรือยาแก้ปวดกลุ่มต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ตามที่ทันตแพทย์จ่ายให้ โดยต้องกินตามปริมาณที่กำหนดและไม่ควรกินยาเกินขนาด
- ปรับพฤติกรรมการกินอาหาร: ยังคงต้องเน้นอาหารอ่อนที่เคี้ยวง่าย ไม่ร้อนจัด และไม่เผ็ดจัด เพื่อไม่ให้เกิดการระคายเคืองต่อเนื้อเยื่อเหงือกที่กำลังสร้างใหม่
การปฏิบัติตัวอย่างถูกต้องจะช่วยให้ร่างกายผ่านช่วงเวลาฟื้นฟูกระดูกขากรรไกรไปได้ และทำให้อาการค่อย ๆ หายสนิทในที่สุด
เมื่อไหร่ที่ต้องกลับไปพบทันตแพทย์ก่อนวันนัดตัดไหม
โดยทั่วไป ทันตแพทย์มักจะนัดคนไข้กลับมาตัดไหมและตรวจแผลในช่วง 7 ถึง 10 วันหลังการผ่าตัด แต่หากคุณพบว่าปัญหามันรุนแรงเกินกว่าจะรับมือได้ การไปพบแพทย์ก่อนกำหนดคือสิ่งที่ควรกระทำ
หากอาการปวดนั้นเข้าขั้นรุนแรง ยาแก้ปวดทุกชนิดไม่สามารถระงับความเจ็บปวดได้ หรือเริ่มมีไข้สูง หน้าบวมโย้ลามลงมาถึงใต้คาง มีกลิ่นเหม็นเน่าโชยออกมาจากปากตลอดเวลา คุณไม่จำเป็นต้องนอนทนทรมานเพื่อรอให้ถึงวันนัด การกลับไปพบทันตแพทย์ก่อนกำหนดจะช่วยให้คุณได้รับการล้างทำความสะอาดเบ้าฟัน ใส่ยาบรรเทาอาการปวดในหลุมแผล หรือได้รับยาปฏิชีวนะเพิ่มเติม ซึ่งจะช่วยให้อาการปวดที่รุนแรงหายวับไปได้อย่างรวดเร็ว
กระบวนการรักษาของทันตแพทย์เมื่อเกิดภาวะแทรกซ้อน
หลายคนกลัวที่จะกลับไปหาหมอเพราะระแวงว่าจะต้องโดนผ่าตัดซ้ำหรือโดนขูดแผลให้เจ็บตัวเพิ่มขึ้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว ขั้นตอนการรักษาภาวะเบ้าฟันอักเสบหรือเนื้อเยื่ออักเสบไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด
เมื่อไปถึงคลินิก ทันตแพทย์จะทำการตรวจเช็กแผลอย่างเบามือ หากพบเศษอาหารอุดตันอยู่ จะใช้ไซริงค์ฉีดน้ำเกลืออุ่น ๆ เพื่อล้างเอาสิ่งสกปรกและเนื้อเยื่อที่ตายแล้วออกจนสะอาด จากนั้นจะทำการใส่ตัวยาพิเศษที่มีส่วนผสมของน้ำมันกานพลู (Eugenol) เข้าไปในเบ้าฟัน ตัวยานี้มีฤทธิ์ระงับประสาทและต้านการอักเสบได้อย่างดีเยี่ยม ซึ่งจะช่วยลดอาการปวดรุนแรงลงได้ทันทีภายในไม่กี่นาที หลังจากนั้นหมอจะนัดมาดูอาการซ้ำและปล่อยให้ร่างกายสร้างเนื้อเยื่อขึ้นมาเต็มหลุมตามธรรมชาติโดยที่คนไข้ไม่ต้องเจ็บตัวเพิ่มเลย
สรุปข้อคิดและการดูแลสุขภาพช่องปากระยะยาว
การที่ ผ่าฟันคุดมา 7 วัน ยังปวดอยู่ อาจไม่ใช่เรื่องที่น่ากลัวเสมอไปตราบใดที่ไม่มีอาการอักเสบรุนแรงหรือสัญญาณเตือนอันตรายร่วมด้วย การหมั่นสังเกตความเปลี่ยนแปลงของช่องปากและปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัดคือสิ่งที่จะช่วยให้คุณผ่านพ้นช่วงเวลานี้ไปได้อย่างปลอดภัย
คลินิกทันตกรรมพาสุข (Pasook Dental Clinic) พร้อมช่วยเหลือคุณ ด้วยการให้คำปรึกษาโดยทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มีความชำนาญเฉพาะทาง คลินิกสะอาด ปลอดภัย และได้มาตรฐานสากล พร้อมเครื่องมือทันสมัยที่ช่วยให้การรักษามีความแม่นยำ นอกจากนี้ยังมีสาขาให้เลือกมากมายครอบคลุมหลายพื้นที่ เดินทางสะดวก มั่นใจได้ว่าทุกปัญหาฟันของคุณจะได้รับการดูแลอย่างใส่ใจ เพื่อส่งมอบรอยยิ้มที่สวยงามและสุขภาพช่องปากที่สมบูรณ์แบบกลับคืนสู่คุณอีกครั้ง
FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับอาการปวดหลังผ่าฟันคุด 7 วัน
1. ผ่าฟันคุดมา 7 วัน ยังปวดอยู่ ถือว่าเป็นเรื่องปกติได้ในกรณีไหนบ้าง
ถือเป็นปกติได้ในกรณีที่ฟันคุดซี่นั้นรักษายากมาก มีรากฟันยาวหรือติดกับกระดูกหนา ทำให้ทันตแพทย์ต้องใช้เวลากรอกระดูกและงัดฟันนาน อาการปวดตึง ๆ ในกระดูกระดับที่ทนได้และกินยาแล้วหาย ถือเป็นกระดูกขากรรไกรและเนื้อเยื่อโดยรอบที่ยังซ่อมแซมตัวเองไม่เสร็จสิ้น
2. อาการปวดแบบไหนที่เรียกว่าผิดปกติและต้องไปหาหมอฟันทันที
อาการปวดที่ผิดปกติคือ ปวดรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ จนสะดุ้งตื่นตอนดึก กินยาแก้ปวดแล้วไม่ช่วยอะไรเลย มีกลิ่นเหม็นเน่าโชยออกมาจากแผล มีรสชาติขมหรือมีหนองซึม รวมถึงมีไข้ขึ้นสูงและใบหน้าฝั่งที่ผ่าบวมโตขึ้นกว่าเดิม
3. หากถึงกำหนดตัดไหม 7 วันแล้วแต่ยังปวดแผลอยู่ สามารถตัดไหมได้ไหม
สามารถให้ทันตแพทย์ตรวจดูก่อนได้ หากอาการปวดเกิดจากไหมเย็บดึงรั้งเนื้อเยื่อ หรือมีเศษอาหารติดอยู่ใต้ไหม การตัดไหมออกและล้างแผลจะช่วยให้อาการปวดลดลงได้อย่างมาก แต่หากเกิดจากเบ้าฟันอักเสบ ทันตแพทย์จะทำการใส่ยาในเบ้าฟันให้พร้อมกับการตัดไหม
4. อมน้ำเกลืออุ่น ๆ บ่อยแค่ไหนถึงจะช่วยลดอาการปวดแผลในวันที่ 7 ได้ดี
แนะนำใหอมและบ้วนปากเบา ๆ ด้วยน้ำเกลืออุ่น ๆ ทุกครั้งหลังกินอาหารเสร็จ และสามารถทำเพิ่มได้วันละ 4-5 ครั้ง ความอุ่นจะช่วยลดความตึงของกล้ามเนื้อขากรรไกรและช่วยทำความสะอาดบาดแผลระงับเชื้อโรคในเบื้องต้น
5. หลังจากรักษาภาวะเบ้าฟันแห้งอักเสบแล้ว แผลจะใช้เวลานานแค่ไหนถึงจะหายสนิท
หลังจากทันตแพทย์ใส่ยาบรรเทาอาการปวดให้แล้ว อาการปวดรุนแรงจะลดลงทันที แต่อาการปวดตึง ๆ จะค่อย ๆ หายไปภายใน 1-2 สัปดาห์ โดยเนื้อเยื่อเหงือกจะใช้เวลาประมาณ 3-4 สัปดาห์ในการเจริญเติบโตขึ้นมาปิดหลุมแผลจนเต็มสนิท



