แชร์

สัญญาณเตือนที่บอกว่าถึงเวลาต้องขูดหินปูนแล้ว

อัพเดทล่าสุด: 15 ส.ค. 2025
68 ผู้เข้าชม

สัญญาณเตือนที่บอกว่าถึงเวลาต้องขูดหินปูนแล้ว

หินปูนอาจดูเหมือนไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน แต่ในความเป็นจริง มันคือจุดเริ่มต้นของหลายปัญหาในช่องปากที่ไม่ควรมองข้าม หากปล่อยไว้นานโดยไม่จัดการ อาจนำไปสู่เหงือกอักเสบ ร่นเหงือก หรือแม้กระทั่งการสูญเสียฟันในอนาคต

หลายคนไม่รู้ตัวว่าหินปูนเริ่มก่อตัวขึ้นตั้งแต่ช่วงที่ยังไม่มีอาการ และโดยธรรมชาติ หินปูนไม่สามารถขจัดออกได้ด้วยการแปรงฟันเพียงอย่างเดียว การขูดหินปูนอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นการดูแลสุขภาพช่องปากเชิงป้องกันที่สำคัญ

หากคุณเริ่มมีสัญญาณบางอย่าง เช่น เหงือกบวม มีเลือดออกขณะแปรงฟัน หรือรู้สึกว่าลมหายใจไม่สดชื่นเหมือนเดิม นี่อาจเป็นเวลาที่ควรให้ทันตแพทย์ช่วยตรวจเช็ก และดูแลหินปูนที่สะสมไว้โดยไม่รู้ตัว

หัวข้อที่น่าสนใจ

1.การขูดหินปูน คืออะไร?

2.ทำไมต้องขูดหินปูน และต้องทำบ่อยแค่ไหน?

3.สัญญาณเตือนที่บอกว่าถึงเวลาต้องขูดหินปูนแล้ว

4.วิธีลดคราบหินปูนด้วยตัวเอง

5.การดูแลหลังขูดหินปูน

6.ความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับการขูดหินปูน

7.การขูดหินปูนมีประโยชน์กับสุขภาพโดยรวมอย่างไร?

8.ขูดหินปูนคือการลงทุนกับสุขภาพช่องปากระยะยาว

การขูดหินปูน คืออะไร?

การขูดหินปูน (Dental Scaling) คือกระบวนการทางทันตกรรมที่ใช้เครื่องมือเฉพาะในการกำจัดคราบจุลินทรีย์ (Plaque) และหินปูน (Tartar หรือ Calculus) ที่เกาะบนผิวฟัน โดยเฉพาะในบริเวณขอบเหงือกหรือใต้เหงือก ซึ่งการสะสมของหินปูนเหล่านี้มีผลโดยตรงต่อการเกิดโรคเหงือก เหงือกร่น ฟันโยก และกลิ่นปาก

เครื่องมือที่ใช้มีทั้งแบบดั้งเดิม (manual scaler) และเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น ultrasonic scaler ที่ใช้คลื่นความถี่สูงในการสั่นสะเทือน ทำให้การขูดหินปูนมีประสิทธิภาพมากขึ้น เจ็บน้อยลง และใช้เวลาน้อยลงกว่าการขูดแบบเก่า

หินปูนมี 2 ประเภทหลัก

1.หินปูนเหนือเหงือก (Supragingival Calculus): เกาะอยู่บนผิวฟันที่มองเห็นได้

2.หินปูนใต้เหงือก (Subgingival Calculus): อยู่ลึกลงไปในร่องเหงือก มักเป็นตัวการทำให้เกิดโรคปริทันต์ (โรครอบรากฟัน)

หากไม่ได้รับการขูดออกอย่างเหมาะสม หินปูนจะสะสมเรื่อย ๆ จนทำให้เกิดการอักเสบของเหงือก (gingivitis) และลุกลามเป็นโรคเหงือกรุนแรง (periodontitis)

ทำไมต้องขูดหินปูน และต้องทำบ่อยแค่ไหน?

ประโยชน์ของการขูดหินปูน:

  • ป้องกันโรคเหงือก เหงือกร่น ฟันโยก และการสูญเสียฟัน
  • ลดกลิ่นปากอันไม่พึงประสงค์
  • ช่วยให้เหงือกกลับมากระชับและสุขภาพดี
  • ลดโอกาสการเกิดฟันผุในบริเวณรอยต่อระหว่างฟันและเหงือก

มีงานวิจัยรองรับหรือไม่?

จากการศึกษาของ Cochrane Review พบว่าการขูดหินปูนและขัดฟันเป็นประจำช่วยลดระดับคราบแบคทีเรียและลดเลือดออกจากเหงือกอย่างมีนัยสำคัญ
แหล่งอ้างอิง: Cochrane Library - Periodontal maintenance https://www.cochranelibrary.com/cdsr/doi/10.1002/14651858.CD004625.pub5/full

นอกจากนี้ American Dental Association (ADA) ยังแนะนำให้ประชาชนทั่วไปตรวจสุขภาพฟันและขูดหินปูนเป็นประจำอย่างน้อยทุก 6 เดือน

แล้วควรทำบ่อยแค่ไหน?

  • คนทั่วไป: ควรขูดหินปูนทุก 6 เดือน
  • คนที่มีโรคเหงือก: อาจต้องขูดบ่อยขึ้น เช่น ทุก 3-4 เดือน
  • คนที่มีความเสี่ยงสูง เช่น สูบบุหรี่ หรือเป็นเบาหวาน: ควรเข้าพบทันตแพทย์เป็นประจำเพื่อติดตามอาการ

สัญญาณเตือนที่บอกว่าถึงเวลาต้องขูดหินปูนแล้ว

บางครั้งเราอาจไม่รู้เลยว่าหินปูนได้สะสมอยู่บนฟันมากเพียงใด จนกระทั่งปรากฏอาการเหล่านี้:

  • เหงือกบวม แดง หรือมีเลือดออกขณะแปรงฟัน
  • ฟันมีคราบแข็งขาว-เหลือง บางคนเข้าใจผิดว่าเป็นหินฟันธรรมดา
  • มีกลิ่นปากแม้จะพยายามแปรงฟันและบ้วนปาก
  • ฟันโยกหรือรู้สึกฟันไม่แน่น
  • เหงือกร่น เห็นรากฟันโผล่มากขึ้น
  • เคี้ยวอาหารแล้วรู้สึกเจ็บ หรือเหงือกร่นด้านใดด้านหนึ่ง

หากคุณสังเกตว่ามีสัญญาณเหล่านี้ ควรรีบนัดพบทันตแพทย์เพื่อขูดหินปูนทันที เพราะการปล่อยไว้อาจนำไปสู่การสูญเสียฟันได้ในระยะยาว

วิธีลดคราบหินปูนด้วยตัวเอง

แม้เราจะไม่สามารถขจัดหินปูนเองได้ 100% แต่เราสามารถชะลอหรือป้องกันไม่ให้มันสะสมมากขึ้นด้วยวิธีต่อไปนี้:

พฤติกรรมที่ควรทำ:

  • แปรงฟันวันละ 2 ครั้ง ด้วยแปรงขนนุ่มและยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์
  • ใช้ไหมขัดฟัน หรือ แปรงซอกฟัน อย่างน้อยวันละครั้ง
  • ใช้น้ำยาบ้วนปากฆ่าเชื้อ เช่น ที่มีส่วนผสมของ chlorhexidine
  • รับประทานอาหารที่มีกากใย เช่น แครอท แอปเปิล ที่ช่วยขัดผิวฟันตามธรรมชาติ
  • ดื่มน้ำให้มาก เพื่อเพิ่มการไหลของน้ำลาย ซึ่งช่วยป้องกันการเกาะตัวของคราบแบคทีเรีย

พฤติกรรมที่ควรหลีกเลี่ยง:

  • การสูบบุหรี่
  • การดื่มเครื่องดื่มหวาน หรือเปรี้ยวจัดบ่อย ๆ
  • การแปรงฟันไม่ถูกวิธี เช่น รีบเร่ง ไม่ครบทุกซอกมุม

การดูแลฟันดี ๆ ทุกวันช่วยให้ไม่ต้องขูดหินปูนบ่อยเกินความจำเป็น และยังช่วยลดค่าใช้จ่ายระยะยาวด้วย

การดูแลหลังขูดหินปูน

หลังจากขูดหินปูนเสร็จเรียบร้อยแล้ว เราอาจรู้สึกเสียวฟัน หรือเจ็บเล็กน้อยบริเวณเหงือกประมาณ 1-2 วัน สิ่งที่ควรทำและหลีกเลี่ยงในช่วงนี้คือ:

คำแนะนำ:

  • ใช้น้ำเกลืออุ่นบ้วนปากวันละ 2-3 ครั้ง เพื่อลดการอักเสบ
  • หลีกเลี่ยงของร้อนจัดหรือเย็นจัดใน 24 ชั่วโมงแรก
  • ใช้ยาสีฟันสูตรลดอาการเสียวฟัน
  • หากรู้สึกเจ็บมากสามารถใช้ยาแก้ปวด เช่น พาราเซตามอล
  • แปรงฟันเบา ๆ และใช้แปรงขนนุ่ม
  • หากทันตแพทย์ให้ใช้ยาฆ่าเชื้อ หรือเจลเฉพาะ ให้ใช้ตามคำแนะนำ

หลีกเลี่ยง:

  • หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือสูบบุหรี่ 1-2 วันหลังทำ
  • อย่าลืมกลับมาตรวจติดตามตามที่หมอนัด เพราะอาจต้องมีการวัดร่องเหงือก หรือ scaling รอบใหม่

ความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับการขูดหินปูน

แม้การ ขูดหินปูน จะเป็นหัตถการพื้นฐานที่ทันตแพทย์ทุกคนแนะนำ แต่ยังมีหลายคนที่หลีกเลี่ยงหรือกลัวการขูดฟัน เนื่องจากความเข้าใจผิดที่สืบทอดกันมาแบบไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ วันนี้เรามา "ไขความจริง" เกี่ยวกับความเชื่อผิด ๆ เหล่านี้กัน

ความเชื่อที่ 1: ขูดหินปูนบ่อย ๆ ฟันจะสึก

ความจริง: เครื่องมือที่ใช้ขูดหินปูนถูกออกแบบมาให้ "เฉพาะเจาะจง" กำจัดเฉพาะคราบหินปูน ไม่ได้ทำลายเคลือบฟันหรือเนื้อฟัน หากขูดโดยทันตแพทย์ที่มีประสบการณ์จะไม่ทำให้ฟันสึก

ความเชื่อที่ 2: ขูดหินปูนทำให้เหงือกร่น

ความจริง: เหงือกร่นไม่ใช่ผลจากการขูดหินปูน แต่เป็นผลจากการสะสมของหินปูนที่ไปดันเหงือกให้อักเสบและร่น เมื่อขูดหินปูนออก เหงือกจึงอาจ "เผยให้เห็นรากฟัน" ที่เคยถูกปิดไว้ จึงเข้าใจผิดว่าเกิดจากการขูด

ความเชื่อที่ 3: ขูดหินปูนแล้วฟันจะโยก

ความจริง: ฟันที่โยกนั้นอาจเกิดจากโรคปริทันต์ที่ทำลายกระดูกรอบรากฟัน เมื่อขูดหินปูนออก ฟันที่เคยถูกหินปูนยึดไว้จึง "แสดงอาการ" ที่แท้จริงออกมา นี่คือการช่วยให้เห็นปัญหาชัดเจนมากขึ้น ไม่ใช่การทำให้แย่ลง

ความเชื่อที่ 4: ถ้าไม่รู้สึกเจ็บ ไม่ต้องขูด

ความจริง: โรคเหงือกมักพัฒนาโดยไม่มีอาการเจ็บปวดในระยะเริ่มต้น การรอให้เจ็บก่อนมักสายเกินไป การตรวจสุขภาพฟันและขูดหินปูนสม่ำเสมอคือการป้องกันที่ดีที่สุด

ความเชื่อที่ 5: ยาสีฟันลดหินปูนใช้แล้วไม่ต้องขูด

ความจริง: ยาสีฟันช่วยลดโอกาสการเกิด คราบจุลินทรีย์ ที่จะกลายเป็นหินปูน แต่ ไม่สามารถขจัดหินปูนที่แข็งตัวแล้ว ได้ ดังนั้นการขูดหินปูนยังจำเป็นเสมอ

การขูดหินปูนมีประโยชน์กับสุขภาพโดยรวมอย่างไร?

นอกจากช่วยให้สุขภาพช่องปากดีขึ้น การขูดหินปูนยังสัมพันธ์กับสุขภาพโดยรวมอีกด้วย โดยมีงานวิจัยหลายชิ้นระบุว่า:

  • การดูแลโรคปริทันต์สามารถช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในผู้ป่วยเบาหวาน
  • ลดความเสี่ยงของโรคหัวใจหลอดเลือด เพราะแบคทีเรียในช่องปากสามารถเข้าสู่กระแสเลือดและกระตุ้นการอักเสบในหลอดเลือดได้
  • งานวิจัยจาก Mayo Clinic ยังแสดงความสัมพันธ์ของโรคเหงือกกับปัญหาครรภ์ เช่น การคลอดก่อนกำหนด

ดังนั้น การขูดหินปูนไม่เพียงเพื่อปากสะอาด แต่คือการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม

ขูดหินปูนคือการลงทุนกับสุขภาพช่องปากระยะยาว

การขูดหินปูน ไม่ใช่แค่เรื่องความสะอาดภายนอก แต่คือหัวใจของการป้องกันโรคเหงือก ฟันผุ และการสูญเสียฟันอย่างเงียบ ๆ ที่คนส่วนใหญ่มักมองข้าม การดูแลช่องปากเริ่มได้ง่าย ๆ จากการพบทันตแพทย์เป็นประจำ

เพราะ "สุขภาพปาก" คือส่วนหนึ่งของ "สุขภาพกาย" และสุขภาพการเงินในระยะยาว
หากผู้อ่านมีข้อสงสัยเพิ่มเติม และอยากปรึกษาทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ คลินิกทันตกรรมพาสุข พร้อมเป็นหมอฟันประจำตัวที่ให้คำปรึกษาพร้อมให้บริการอย่างตรงจุด


บทความที่เกี่ยวข้อง
เคลือบฟลูออไรด์
เคลือบฟลูออไรด์คืออะไร ป้องกันฟันผุ และช่วยให้ฟันแข็งแรงได้จริงไหม มาทำความเข้าใจประโยชน์ของการเคลือบฟลูออไรด์ และใครบ้างที่ควรทำ
วีเนียร์
วีเนียร์ กับ ครอบฟัน ต่างกันอย่างไร? บทความนี้อธิบายชัดเจน พร้อมเปรียบเทียบข้อดี-ข้อเสีย และคำแนะนำการเลือกให้เหมาะกับคุณ โดยคลินิกทำฟันพาสุข
ครอบฟันคืออะไร? เหมาะกับใคร และมีแบบไหนบ้าง
ครอบฟัน คือทางเลือกทางทันตกรรมที่ช่วยฟื้นฟูฟันที่เสียหายให้กลับมาแข็งแรงและดูสวยงาม มาดูกันว่าครอบฟันคืออะไร เหมาะกับใคร และมีแบบไหนบ้าง
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ