แชร์

เปรียบเทียบข้อดี-ข้อจำกัด จัดฟันใส Invisalign กับ จัดฟันโลหะ

อัพเดทล่าสุด: 15 ส.ค. 2025
81 ผู้เข้าชม

เปรียบเทียบข้อดี-ข้อจำกัด จัดฟันใส Invisalign กับ จัดฟันโลหะ

การจัดฟันเป็นการดูแลสุขภาพช่องปากที่ช่วยให้ฟันเรียงตัวกันอย่างสวยงาม แก้ไขปัญหาฟันเก ฟันยื่น ฟันล้ม ฟันห่าง สบฟันผิดปกติ และอื่นๆ ปัจจุบันมีทางเลือกการจัดฟันที่หลากหลาย ซึ่งการจัดฟันแบบใส Invisalign และจัดฟันโลหะถือเป็นสองทางเลือกยอดนิยม มาดูกันว่าแต่ละแบบมีข้อดีและข้อจำกัดอะไรบ้าง เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจได้เหมาะสมกับตัวเองที่สุด

หัวข้อที่น่าสนใจ

1.จัดฟันโลหะคืออะไร?

2.ข้อดีของการจัดฟันโลหะ

3.ข้อจำกัดของการจัดฟันโลหะ

4.จัดฟันโลหะ เหมาะกับใคร?

5.จัดฟันใส Invisalign คืออะไร?

6.ข้อดีของการจัดฟันใส Invisalign

7.ข้อจำกัดของการจัดฟันใส Invisalign

8.จัดฟันใส Invisalign เหมาะกับใคร?

จัดฟันโลหะคืออะไร?

 

การจัดฟันโลหะ (Metal Braces) เป็นหนึ่งในวิธีจัดฟันที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย โดยจะติดเครื่องมือโลหะลงบนผิวหน้าฟันแต่ละซี่ แล้วใช้ลวดจัดฟันเชื่อมโยงเพื่อดึงฟันให้เคลื่อนที่ตามแผนการรักษาของทันตแพทย์ ซึ่งวิธีนี้เป็นวิธีจัดฟันที่เหมาะกับทุกปัญหาฟัน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาฟันเก ฟันซ้อน หรือฟันสบผิดปกติ อีกทั้งยังมีความแข็งแรงทนทาน และมีค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่าการจัดฟันแบบอื่น ๆ จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกการจัดฟันที่ดีในราคาที่เข้าถึงได้ง่าย

ข้อดีของการจัดฟันโลหะ

1.ค่าใช้จ่ายถูกกว่าเมื่อเทียบกับการจัดฟันแบบอื่น

การจัดฟันโลหะมีค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่าการจัดฟันใสหรือจัดฟันเซรามิก จึงเป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับผู้ที่มีงบจำกัด

2.ให้ผลลัพธ์ชัดเจน

เครื่องมือโลหะมีความแข็งแรงและสามารถเคลื่อนฟันได้ดี จึงเหมาะกับผู้ที่มีปัญหาการเรียงตัวของฟันที่ซับซ้อน เช่น ฟันเก หรือฟันซ้อนมาก

3.เครื่องมือมีความทนทานสูง

เครื่องมือทำจากโลหะคุณภาพสูง ทนต่อแรงกัดและการเคลื่อนไหวของฟันได้ดี ช่วยลดปัญหาเครื่องมือชำรุดระหว่างการรักษา

4.ดูแลโดยทันตแพทย์อย่างใกล้ชิด

การนัดปรับเครื่องมือทุกเดือนช่วยให้ทันตแพทย์สามารถติดตามความคืบหน้าและปรับแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสม

ข้อจำกัดของการจัดฟันโลหะ

1.มองเห็นเครื่องได้ชัดเจน

เครื่องมือโลหะมองเห็นได้ชัดเจนเวลายิ้มหรือพูด ซึ่งอาจไม่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการใช้ภาพลักษณ์

2.อาจเกิดการระคายเคืองในช่องปาก

อาจเกิดการเสียดสีหรือระคายเคืองกับเนื้อเยื่อในปาก โดยเฉพาะช่วงแรกของการติดเครื่องมือ

3.ต้องพบแพทย์เป็นประจำทุกเดือน

ต้องนัดพบทันตแพทย์ทุกเดือน เพื่อปรับเครื่องมือ และติดตามผลลัพธ์ จึงอาจไม่เหมาะกับผู้ที่ไม่มีเวลา

4.การดูแลทำความสะอาดยากกว่าการจัดฟันแบบใส

ต้องใส่ใจเรื่องการทำความสะอาดช่องปากมากขึ้น เพราะอาหารมักติดตามเครื่องมือได้ง่าย อาจเพิ่มความเสี่ยงฟันผุและเหงือกอักเสบ

5.ใช้ระยะเวลานานกว่าการจัดฟันแบบใส

โดยเฉี่ยแล้วการจัดฟันโลหะใช้เวลา 2-3 ปี ซึ่งใช้เวลานานกว่าการจัดฟันใส

6.ต้องหลีกเลี่ยงอาหารบางชนิด

อาหารแข็ง เหนียว หรือหนึบ อาจทำให้เครื่องมือเสียหายได้ จำเป็นต้องปรับพฤติกรรมการกิน

จัดฟันโลหะ เหมาะกับใคร?

1.วัยรุ่นและนักเรียน ที่ต้องการผลลัพธ์ชัดเจนในราคาคุ้มค่า

เพราะจัดฟันโลหะมีประสิทธิภาพสูงและค่าใช้จ่ายไม่แพง จึงเหมาะกับวัยที่กำลังเติบโตและต้องการแก้ไขฟันอย่างจริงจัง

2.ผู้ที่มีปัญหาฟันซ้อน ฟันเก หรือสบฟันผิดปกติอย่างรุนแรง

จัดฟันโลหะสามารถจัดการเคสยากได้ดี ด้วยแรงดึงที่ควบคุมได้แม่นยำกว่าระบบอื่น

3.คนที่ไม่มีข้อจำกัดด้านภาพลักษณ์ในชีวิตประจำวันหรือหน้าที่การงาน

เพราะเครื่องมือมองเห็นได้ชัด จึงเหมาะกับคนที่ไม่กังวลเรื่องความสวยงามระหว่างจัดฟัน

4.ผู้ที่ต้องการการดูแลจากทันตแพทย์อย่างใกล้ชิดตลอดการรักษา

การจัดฟันโลหะต้องมีการปรับเครื่องมือบ่อย จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการติดตามผลการรักษาอย่างต่อเนื่อง

จัดฟันใส Invisalign คืออะไร?

การจัดฟันใส Invisalign หนึ่งในนวัตกรรมทันตกรรมที่ล้ำสมัย ซึ่งออกแบบมาพิเศษตามรูปฟันของแต่ละบุคคลด้วยระบบคอมพิวเตอร์ แก้ไขปัญหาการเรียงตัวของฟันให้เป็นระเบียบ ความสวยงาม และความเหมาะสม โดยไม่ต้องใส่เครื่องมือหรือใส่เหล็กจัดฟันเหมือนกับการจัดฟันโลหะ 

เครื่องมือ Invisalign ทำจากพลาสติกใส ใส่ครอบบนฟันเพื่อให้ฟันเคลื่อนไปยังตำแหน่งที่ต้องการ โดยแต่ละแผ่นใสจะควบคุมแรงกดฟัน และดันฟันให้ฟันค่อย ๆ เคลื่อนที่ตามแผนการรักษาที่ได้วางไว้  สามารถถอดเข้า-ออกได้ตามต้องการ และด้วยความที่เครื่องมือมีความโปร่งใส จนแทบมองไม่เห็นเมื่อสวมใส่ จึงทำให้ปัจจุบันผู้คนเริ่มหันมาสนใจ และเลือกการจัดฟันใส Invisalign มากขึ้น

ข้อดีของการจัดฟันใส Invisalign

1.ให้ความเป็นธรรมชาติ

ด้วยตัวเครื่องมือที่ใส จนแทบมองไม่เห็นเมื่อสวมใส่ จึงทำให้ขณะยิ้มหรือพูดมีความมั่นใจมากขึ้น

2.สะดวกสบาย เหมาะกับผู้ที่ไม่มีเวลา

เนื่องจากการจัดฟันใส Invisalign ไม่ต้องพบทันตแพทย์บ่อย จึงเหมาะมากสำหรับผู้ที่ไม่มีเวลา อยู่ต่างจังหวัดหรืออยู่ต่างประเทศ ก็สามารถจัดฟันได้

3.ใช้ระยะเวลาน้อยกว่าการจัดฟันโลหะ

โดยเฉลี่ยใช้เวลาในการรักษาประมาณ 1-2 ปี ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของฟัน ในบางกรณีที่ปัญหาไม่ซับซ้อนมาก อาจใช้เวลาเพียง 6 เดือน ซึ่งต่างจากจัดฟันโลหะที่อาจใช้เวลานานถึง 2-3 ปี

4.ทำความสะอาดง่าย

ไม่มีลวดหรือเหล็กจัดฟัน จึงลดโอกาสที่เศษอาหารจะติดตามซอกฟัน ทำให้การดูแลสุขภาพช่องปากเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น

5.ลดการระคายเคืองในช่องปาก

เนื่องจากไม่มีลวดหรือเหล็กจัดฟันที่อาจทิ่มหรือบาดปาก 

6.เจ็บน้อยกว่าการจัดฟันแบบโลหะ 

การจัดฟันใส Invisalignให้ความรู้สึกสบายมากกว่าการจัดฟันโลหะ โดยอาจรู้สึกตึงเล็กน้อยเมื่อเปลี่ยนแผ่นใสแต่ละชุด

7.ทานอาหารได้สะดวก

สามารถถอดออกได้เมื่อต้องการทานอาหาร จึงไม่ต้องกังวลเรื่องอาหารแข็ง อาหารเหนียว หรือกังวลเรื่องเหล็กว่าจะหลุดไหมหากทานอาหารชนิดนี้เข้าไป

ข้อจำกัดของการจัดฟันใส Invisalign

 

แม้ว่าการจัดฟันใส Invisalign จะมีข้อดีหลายด้าน แต่ก็มีข้อจำกัดที่ควรพิจารณาดังนี้:

1.ราคาสูงกว่าการจัดฟันแบบอื่น

ค่าใช้จ่ายของจัดฟันใส Invisalign อยู่ในช่วงประมาณ 79,000-180,000 บาท ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของปัญหาฟัน ซึ่งสูงกว่าการจัดฟันโลหะ หรือแบบทั่วไป

2.ต้องมีวินัยในการใส่เครื่องมือสม่ำเสมอ

ผู้เข้ารับการรักษาจำเป็นต้องใส่แผ่นใส Invisalign อย่างน้อยวันละ 22 ชั่วโมง โดยสามารถถอดออกได้เฉพาะเวลารับประทานอาหาร และแปรงฟัน หรือในโอกาสสำคัญที่ไม่สะดวกใส่

3. Invisalign อาจใช้ได้ในบางกรณี ต้องให้คุณหมอวิเคราะห์ก่อน

การจัดฟันแบบใส Invisalign อาจไม่เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาฟันซ้อนหรือสบฟันผิดปกติรุนแรง ซึ่งอาจต้องใช้วิธีจัดฟันแบบอื่นร่วมด้วยเพื่อผลลัพธ์ที่เหมาะสมที่สุด จึงควรปรึกษาทันตแพทย์เพื่อวิเคราะห์ และประเมินการรักษา

จัดฟันใส Invisalign เหมาะกับใคร?

เครื่องมือจัดฟันใส Invisalign มีจุดเด่นตรงที่โปร่งใส สามารถถอดเข้า-ออกได้ง่าย จึงเหมาะกับหลายกลุ่มคนที่ต้องการความยืดหยุ่น และความสะดวกในการจัดฟัน

1. กลุ่มคนที่ให้ความสำคัญกับบุคลิกภาพและภาพลักษณ์ เช่น ดารา ผู้บริหาร แอร์โฮสเตส ฯลฯ

บุคคลในสายงานที่ต้องดูดีอยู่ตลอดเวลา หรือต้องการรักษาภาพลักษณ์ในชีวิตประจำวัน การจัดฟันใส Invisalign จึงตอบโจทย์ได้อย่างดี เพราะเครื่องมือโปร่งใส ไม่สะดุดตา และช่วยเสริมความมั่นใจในการยิ้มและพูดคุยมากขึ้น

2.ผู้ที่ไม่สามารถมาพบแพทย์ได้บ่อยๆ

จัดฟันใส Invisalign ไม่ต้องเดินทางมาพบทันตแพทย์บ่อย จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ไม่สะดวกมาพบทันตแพทย์บ่อย ๆ อยู่ต่างจังหวัดหรือต่างประเทศ

3.ผู้ที่ต้องการหลีกเลี่ยงการถอนฟัน

ในบางเคสสามารถใช้วิธีตะไบฟันหรือขยายช่องฟัน แทนการถอนฟันได้ ซึ่งจัดฟันใส Invisalign รองรับแผนการรักษานี้

4.เด็กและวัยรุ่นที่เริ่มจัดฟัน

ด้วยเครื่องมือที่สามารถถอดออกได้ ทำให้แปรงฟันและใช้ไหมขัดฟันได้สะดวก ลดความเสี่ยงฟันผุจากเศษอาหารตกค้าง

5.ผู้ที่ไม่อยากเปลี่ยนพฤติกรรมการกินหรือการใช้ชีวิต

ด้วยเครื่องมือที่สามารถถอดออกได้ขณะรับประทานอาหาร จึงไม่จำเป็นต้องงดของเหนียวหรือแข็ง และสามารถแปรงฟันได้ตามปกติ

จัดฟันใส Invisalign กับ จัดฟันโลหะ อย่างเข้าใจโดย PASOOK Dental Clinic

ไม่ว่าจะเลือกจัดฟันใส Invisalign หรือจัดฟันโลหะ สิ่งสำคัญ คือการเลือกให้เหมาะกับปัญหาฟัน ไลฟ์สไตล์ และความเหมาะสมในอีกหลากหลาย  โดยที่จัดฟันโลหะจะเด่นในเรื่องความแข็งแรง เหมาะกับเคสที่ซับซ้อน และมีราคาที่ย่อมเยากว่า ในขณะที่จัดฟันใส Invisalign เด่นในเรื่องความสบาย โปร่งใส และความสะดวกในการดูแลตัวเอง  และไม่อยากให้เครื่องมือจัดฟันส่งผลต่อภาพลักษณ์


บทความที่เกี่ยวข้อง
เคลือบฟลูออไรด์
เคลือบฟลูออไรด์คืออะไร ป้องกันฟันผุ และช่วยให้ฟันแข็งแรงได้จริงไหม มาทำความเข้าใจประโยชน์ของการเคลือบฟลูออไรด์ และใครบ้างที่ควรทำ
วีเนียร์
วีเนียร์ กับ ครอบฟัน ต่างกันอย่างไร? บทความนี้อธิบายชัดเจน พร้อมเปรียบเทียบข้อดี-ข้อเสีย และคำแนะนำการเลือกให้เหมาะกับคุณ โดยคลินิกทำฟันพาสุข
ครอบฟันคืออะไร? เหมาะกับใคร และมีแบบไหนบ้าง
ครอบฟัน คือทางเลือกทางทันตกรรมที่ช่วยฟื้นฟูฟันที่เสียหายให้กลับมาแข็งแรงและดูสวยงาม มาดูกันว่าครอบฟันคืออะไร เหมาะกับใคร และมีแบบไหนบ้าง
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ