วิธีแก้ฟันผุ มีอะไรบ้าง? ตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงต้องรักษารากฟัน

วิธีแก้ฟันผุ แบ่งตามความลึกของรอยผุเป็น 5 ระดับ ได้แก่ การคืนแร่ธาตุด้วยฟลูออไรด์เมื่อยังเป็นจุดขาวขุ่น การอุดฟันเมื่อเป็นรูแล้ว การทำอินเลย์หรือครอบฟันเมื่อเนื้อฟันเหลือน้อย การรักษารากฟันเมื่อถึงโพรงประสาท และการถอนฟันพร้อมใส่ฟันทดแทนเมื่อเก็บไว้ไม่ได้
คำถามที่คนไข้ถามบ่อยที่สุดเมื่อรู้ว่าตัวเองฟันผุคือมี วิธีแก้ฟันผุ แบบไหนบ้าง และมีวิธีไหนที่ทำเองที่บ้านได้โดยไม่ต้องไปคลินิก คำตอบตรงไปตรงมาคือมีวิธีที่ทำเองได้จริงอยู่หนึ่งกรณี นั่นคือตอนที่รอยผุยังเป็นเพียงจุดขาวขุ่นและผิวฟันยังไม่ยุบลงเป็นรู นอกเหนือจากนั้นทุกวิธีต้องอาศัยทันตแพทย์ทั้งหมด เพราะเคลือบฟันไม่มีเซลล์ที่จะสร้างเนื้อเยื่อใหม่ขึ้นมาปิดรูได้เองเหมือนแผลที่ผิวหนัง บทความนี้จะไล่เรียง วิธีแก้ฟันผุ ทั้งหมดเป็นระดับตามความลึกจริง พร้อมบอกว่าแต่ละวิธีใช้เวลาเท่าไร ต้องมากี่ครั้ง เจ็บแค่ไหน และจะรู้ได้อย่างไรว่าฟันของตัวเองอยู่ระดับไหน
ก่อนเลือกวิธี ต้องรู้ก่อนว่าฟันผุอยู่ระดับไหน
ความผิดพลาดที่พบบ่อยคือการมองหาวิธีรักษาก่อนที่จะรู้ระดับความรุนแรง ซึ่งทำให้เสียเวลากับวิธีที่ไม่มีทางได้ผลกับสภาพฟันของตัวเอง ฟันผุมีลำดับการลุกลามที่ค่อนข้างแน่นอนจากนอกเข้าใน และแต่ละชั้นมีวิธีจัดการที่ต่างกันชัดเจน
ชั้นแรกคือเคลือบฟันซึ่งแข็งที่สุดและไม่มีเส้นประสาท รอยผุระยะนี้จึงไม่มีอาการเลยและมองเห็นเป็นเพียงจุดขาวขุ่นหรือรอยด่างจาง ๆ ชั้นที่สองคือเนื้อฟันซึ่งอ่อนกว่าและมีท่อเล็ก ๆ เชื่อมเข้าสู่ด้านใน ระยะนี้จะเริ่มเสียวเวลาโดนของเย็นหรือของหวานแต่หายเร็ว และชั้นในสุดคือโพรงประสาทที่มีเส้นประสาทและหลอดเลือด เมื่อถึงชั้นนี้จะปวดตุบ ๆ ขึ้นมาเองและปวดหนักตอนกลางคืน
การแยกให้ออกว่าตัวเองอยู่ชั้นไหนจึงเป็นก้าวแรกของการเลือก วิธีแก้ฟันผุ ที่ถูกต้อง และถ้าอยากเข้าใจว่ากระบวนการทั้งหมดนี้เริ่มต้นมาจากอะไร ลองอ่านเพิ่มเติมเรื่องฟันผุเกิดจากอะไรเพื่อให้เห็นภาพของต้นเหตุควบคู่กันไป
ระดับที่ 1 คืนแร่ธาตุด้วยฟลูออไรด์เมื่อยังไม่เป็นรู

นี่คือระดับเดียวที่ย้อนกลับได้จริงและเป็น วิธีแก้ฟันผุ ที่ไม่ต้องกรอเนื้อฟันเลยแม้แต่น้อย เงื่อนไขคือรอยผุต้องยังอยู่ในชั้นเคลือบฟันและผิวยังไม่ยุบตัวลงเป็นโพรง ซึ่งสังเกตได้จากจุดขาวขุ่นที่เห็นชัดขึ้นเมื่อเป่าลมให้ผิวฟันแห้ง
หลักการคือการเพิ่มฟลูออไรด์ให้มากพอที่จะดึงแคลเซียมและฟอสเฟตกลับเข้าไปในผลึกของเคลือบฟัน ทำให้ผิวที่อ่อนแอกลับมาแข็งแรงและทนกรดได้ดีกว่าเดิมด้วยซ้ำ ในคลินิกจะใช้ฟลูออไรด์วานิชหรือเจลเข้มข้นทาบนผิวฟันแล้วนัดทำซ้ำทุก 3 ถึง 6 เดือนตามระดับความเสี่ยง ส่วนที่บ้านต้องใช้ยาสีฟันฟลูออไรด์วันละสองครั้งและบ้วนน้ำเพียงครั้งเดียวหลังแปรงเพื่อให้ฟลูออไรด์เหลือค้างบนผิวฟันได้นาน
สิ่งที่ต้องทำควบคู่กันคือการลดความถี่ของกรดในช่องปาก เพราะถ้ายังจิบน้ำหวานตลอดวันอยู่ ฟลูออไรด์จะคืนแร่ธาตุไม่ทันกับที่กรดละลายออกไป หลายคนเข้าใจผิดว่าต้องเลิกกินของหวานให้หมด ความจริงคือแค่ย้ายมากินพร้อมมื้ออาหารและจบในครั้งเดียวก็ช่วยได้มากแล้ว
ระดับที่ 2 อุดฟันเมื่อเกิดรูขึ้นแล้ว
เมื่อผิวเคลือบฟันยุบลงเป็นโพรง การคืนแร่ธาตุจะไม่มีประโยชน์อีกต่อไปเพราะไม่มีโครงผลึกเหลือให้แร่ธาตุกลับไปเกาะ วิธีแก้ฟันผุ ในระดับนี้จึงเป็นการอุดฟัน ซึ่งเป็นงานที่ทำกันมากที่สุดในคลินิกทันตกรรมทั่วโลก
หัวใจของการอุดฟันไม่ได้อยู่ที่การใส่วัสดุ แต่อยู่ที่การกำจัดเนื้อฟันที่ผุออกให้หมดก่อน ถ้าเหลือเนื้อผุไว้ใต้วัสดุอุด รอยผุจะเดินหน้าต่อโดยที่มองไม่เห็นจากภายนอกและจะมารู้ตัวอีกทีตอนที่ปวดแล้ว หลังจากกรอหมดแล้วจึงใส่วัสดุ แต่งรูปร่างให้เข้ากับฟันซี่ข้างเคียง เช็กจุดสูงด้วยกระดาษกัด และขัดผิวให้เรียบเพื่อไม่ให้เก็บคราบ
วัสดุที่เลือกได้มีทั้งคอมโพสิตเรซินสีเหมือนฟันซึ่งสวยงามและยึดกับเนื้อฟันด้วยพันธะเคมีจึงกรอเนื้อดีออกน้อยกว่า และอะมัลกัมสีเงินซึ่งทนแรงบดเคี้ยวได้ดีและราคาย่อมเยากว่า โดยทั่วไปงานอุดหนึ่งซี่ใช้เวลาประมาณ 30 ถึง 60 นาทีและจบในครั้งเดียว คนที่ยังลังเลเพราะกลัวเจ็บ ลองดูรายละเอียดว่าอุดฟันเจ็บไหมและมีขั้นตอนอะไรบ้าง จะช่วยลดความกังวลไปได้มาก
ระดับที่ 3 อินเลย์ ออนเลย์ และครอบฟัน เมื่อเนื้อฟันเหลือน้อย
ถ้ารอยผุกว้างจนเหลือผนังฟันบางเกินไป การอุดธรรมดาจะกลายเป็นปัญหามากกว่าทางแก้ เพราะวัสดุอุดขนาดใหญ่จะทำหน้าที่เหมือนลิ่มที่ดันผนังฟันออกทุกครั้งที่เคี้ยว จนสุดท้ายฟันแตกร้าวและอาจต้องถอนทั้งที่เพิ่งอุดไป
ทางแก้ในระดับนี้คือการใช้ชิ้นงานที่ขึ้นรูปมาจากนอกช่องปาก อินเลย์คือชิ้นงานที่ฝังลงในหลุมกลางฟัน ออนเลย์จะครอบคลุมปุ่มฟันบางส่วนด้วย ส่วนครอบฟันจะโอบตัวฟันไว้ทั้งซี่เหมือนหมวกที่สวมลงไป ทั้งสามแบบทำจากวัสดุที่แข็งแรงกว่าวัสดุอุดทั่วไป เช่น เซรามิกหรือเซอร์โคเนีย และเพราะถูกขึ้นรูปนอกปากจึงได้รูปทรงและจุดสัมผัสที่แม่นยำกว่า
ข้อแลกเปลี่ยนคือค่าใช้จ่ายสูงกว่าการอุดหลายเท่าและต้องมาอย่างน้อยสองครั้งเพื่อรอชิ้นงาน แต่ในฟันกรามที่รับแรงบดเคี้ยวหนักและเหลือเนื้อฟันน้อย นี่คือ วิธีแก้ฟันผุ ที่ให้ผลระยะยาวคุ้มกว่าการอุดใหญ่ซ้ำ ๆ แล้วต้องแก้ใหม่ทุกสองสามปี
ระดับที่ 4 รักษารากฟันเมื่อลึกถึงโพรงประสาท
เมื่อเชื้อลงไปถึงโพรงประสาท เนื้อเยื่อที่มีเส้นประสาทและหลอดเลือดอยู่ข้างในจะอักเสบและเกิดแรงดันสะสมในห้องปิดที่ขยายตัวไม่ได้ ผลคือความปวดตุบ ๆ ที่กำเริบตอนกลางคืนและยาแก้ปวดมักเอาไม่อยู่
การรักษารากฟันคือการเปิดเข้าไปกำจัดเนื้อเยื่อที่ติดเชื้อออกทั้งหมด ล้างและขยายคลองรากฟันจนปราศจากเชื้อ แล้วอุดปิดคลองรากด้วยวัสดุเฉพาะเพื่อไม่ให้เชื้อกลับเข้าไปได้อีก ทั้งหมดทำภายใต้ยาชาและมักแบ่งเป็น 1 ถึง 4 ครั้งขึ้นอยู่กับจำนวนคลองรากและระดับการติดเชื้อ ฟันหน้าที่มีคลองรากเดียวจะจบเร็วกว่าฟันกรามที่มีสามถึงสี่คลองรากอย่างชัดเจน
จุดที่คนมักมองข้ามคือหลังรักษารากฟันเสร็จต้องครอบฟันเสมอ เพราะฟันที่ถูกกรอเปิดและเอาเนื้อเยื่อที่หล่อเลี้ยงออกไปแล้วจะเปราะกว่าฟันปกติมาก การไม่ครอบทำให้ฟันแตกจนต้องถอนอยู่ดี ซึ่งเท่ากับเสียทั้งเงินและเวลาที่ลงไปกับการรักษารากฟันไปเปล่า ๆ
ระดับที่ 5 ถอนฟันและใส่ฟันทดแทน
เมื่อตัวฟันแตกลึกลงไปใต้เหงือก รากฟันร้าว หรือกระดูกรอบรากถูกทำลายไปมากจนฟันโยก การเก็บฟันซี่นั้นไว้จะกลายเป็นแหล่งสะสมเชื้อที่ทำให้เกิดปัญหาซ้ำ ๆ มากกว่าจะเป็นประโยชน์ กรณีแบบนี้การถอนฟันคือทางที่ปลอดภัยกว่า
สิ่งสำคัญที่ต้องเข้าใจคือการถอนไม่ใช่จุดจบของแผนการรักษา แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการวางแผนใส่ฟันทดแทน เพราะช่องว่างที่เกิดขึ้นจะทำให้ฟันข้างเคียงค่อย ๆ เอนล้มเข้าหากันและฟันคู่สบจะยื่นยาวลงมา ปัญหาฟันล้มที่ตามมานั้นแก้ยากและมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าการใส่ฟันทดแทนตั้งแต่แรกมาก
ทางเลือกในการทดแทนมีตั้งแต่ฟันปลอมถอดได้ซึ่งราคาถูกที่สุด สะพานฟันที่ยึดติดแน่นแต่ต้องกรอฟันข้างเคียง ไปจนถึงรากฟันเทียมซึ่งใกล้เคียงฟันธรรมชาติที่สุดและไม่รบกวนฟันซี่อื่นแต่มีค่าใช้จ่ายสูงและใช้เวลาหลายเดือน
เปรียบเทียบวิธีแก้ฟันผุแต่ละระดับ
ตารางนี้สรุปให้เห็นภาพรวมในหน้าเดียวว่าแต่ละระดับต่างกันอย่างไร ทั้งเรื่องเวลา จำนวนครั้ง และผลลัพธ์ที่คาดหวังได้
|
ระดับ |
สภาพฟัน |
วิธีรักษา |
จำนวนครั้ง |
ผลลัพธ์ที่คาดหวัง |
|
1 |
จุดขาวขุ่น ผิวยังไม่ยุบ |
ฟลูออไรด์เข้มข้น ปรับพฤติกรรม |
ทาซ้ำทุก 3-6 เดือน |
ย้อนกลับได้ ไม่ต้องกรอฟัน |
|
2 |
เป็นรูแล้ว ยังไม่ถึงโพรงประสาท |
อุดฟัน |
1 ครั้ง |
หยุดการลุกลาม ใช้งานได้ปกติ |
|
3 |
รูใหญ่ ผนังฟันเหลือน้อย |
อินเลย์ ออนเลย์ ครอบฟัน |
2 ครั้งขึ้นไป |
ป้องกันฟันแตก อยู่ได้นาน |
|
4 |
ทะลุถึงโพรงประสาท |
รักษารากฟันและครอบฟัน |
2-4 ครั้ง |
เก็บฟันธรรมชาติไว้ได้ |
|
5 |
เหลือแต่ตอ รากร้าว ฟันโยก |
ถอนฟันและใส่ฟันทดแทน |
หลายครั้ง |
กำจัดเชื้อ ต้องทดแทนต่อ |
สิ่งที่ตารางนี้บอกชัดเจนคือยิ่งรักษาเร็วเท่าไร ทั้งจำนวนครั้ง ค่าใช้จ่าย และความเสี่ยงยิ่งลดลงเท่านั้น การข้ามจากระดับ 2 ไประดับ 4 คือจุดที่ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดดมากที่สุด
วิธีบรรเทาอาการที่บ้านระหว่างรอนัด

ระหว่างที่ยังไปคลินิกไม่ได้ มีสิ่งที่ทำได้เพื่อไม่ให้อาการแย่ลง แต่ต้องเข้าใจให้ตรงกันก่อนว่าทั้งหมดนี้คือการประคองอาการ ไม่ใช่ วิธีแก้ฟันผุ ที่ทำให้รอยผุหายไป
- กินยาแก้ปวดกลุ่มพาราเซตามอลหรือไอบูโพรเฟนตามขนาดที่ระบุบนฉลาก และเว้นระยะให้ครบตามกำหนด
- บ้วนน้ำเกลืออุ่นวันละ 3 ถึง 4 ครั้ง โดยผสมเกลือครึ่งช้อนชาในน้ำอุ่นหนึ่งแก้ว เพื่อลดปริมาณเชื้อและชะล้างเศษอาหาร
- ใช้ไหมขัดฟันดึงเศษอาหารที่ติดในรูหรือซอกออกอย่างนุ่มนวล ห้ามใช้ของมีคมแคะเพราะจะดันเชื้อลึกลงไปอีก
- เลี่ยงการเคี้ยวด้วยฝั่งที่มีปัญหา และงดของร้อนจัด เย็นจัด และหวานจัด
- แปรงฟันต่อไปตามปกติด้วยขนแปรงนุ่มและยาสีฟันฟลูออไรด์ โดยแปรงเบาลงเฉพาะบริเวณนั้น
- ประคบเย็นที่แก้มด้านนอกครั้งละ 10 ถึง 15 นาทีถ้ามีอาการบวม และห้ามประคบร้อนเด็ดขาด
- นัดคลินิกให้เร็วที่สุด และแจ้งหากมีอาการปวดเฉียบพลันเพื่อให้ได้คิวที่เหมาะสม
ส่วนสิ่งที่ห้ามทำคือการวางยาแก้ปวดชนิดเม็ดไว้บนเหงือกซึ่งจะกัดเยื่อบุจนเป็นแผลไหม้ และการซื้อยาปฏิชีวนะมากินเองซึ่งทำให้เชื้อดื้อยาและกลบอาการจนกว่าจะรู้ตัวก็ลุกลามไปมากแล้ว
ความเชื่อเรื่องวิธีแก้ฟันผุที่ไม่เป็นความจริง
อินเทอร์เน็ตเต็มไปด้วยสูตรแก้ฟันผุที่ฟังดูน่าสนใจแต่ไม่มีหลักฐานรองรับ และบางอย่างทำให้แย่ลงจริง ๆ
- น้ำมันมะพร้าวหรือการอมน้ำมันไม่สามารถทำให้รูที่เกิดแล้วปิดกลับได้ อย่างมากช่วยลดคราบพลัคเล็กน้อยเท่านั้น
- การใช้ผงถ่านหรือเบกกิ้งโซดาขัดฟันทำให้ผิวเคลือบฟันสึกถาวรและอาจทำให้เสียวฟันมากขึ้น ไม่ได้รักษารอยผุแต่อย่างใด
- กระเทียมหรือกานพลูช่วยลดความปวดได้ชั่วคราวจากฤทธิ์ชาเฉพาะที่ แต่ไม่ได้ฆ่าเชื้อที่อยู่ลึกในเนื้อฟันและใช้เข้มข้นเกินไปจะกัดเหงือกเป็นแผล
- การหยุดกินน้ำตาลอย่างเดียวไม่ได้ทำให้รูที่เกิดแล้วหายไป มันช่วยชะลอการลุกลามได้แต่ไม่ใช่วิธีรักษา
- ยาสีฟันสูตรซ่อมแซมเคลือบฟันช่วยได้เฉพาะระยะจุดขาวขุ่นเท่านั้น เมื่อเป็นรูแล้วจะไม่มีผลต่อรอยผุนั้น
- อาการปวดที่หายไปเองไม่ได้แปลว่าฟันหายดี แต่มักแปลว่าเนื้อเยื่อในโพรงประสาทตายแล้วและการติดเชื้อกำลังเดินหน้าต่อที่ปลายราก
ข้อดีข้อเสียของการรักษาเร็วกับการรอ

หลายคนเลื่อนการรักษาออกไปเพราะยังไม่มีอาการหรือเพราะกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย การเทียบสองทางเลือกนี้ตรง ๆ จะช่วยให้ตัดสินใจได้ชัดขึ้น
การรักษาตั้งแต่รอยผุยังตื้นมีข้อดีคือใช้วิธีที่ง่ายและถูกที่สุด จบในครั้งเดียว เก็บเนื้อฟันดีไว้ได้มากที่สุด และไม่ต้องเสี่ยงกับความปวดเฉียบพลันที่มักมาในเวลาที่ไม่สะดวก ข้อเสียที่พอนับได้คือต้องเสียเวลาหนึ่งครั้งและจ่ายเงินในตอนที่ยังไม่รู้สึกว่าจำเป็น
การรอจนมีอาการมีข้อดีเพียงการเลื่อนค่าใช้จ่ายออกไป แต่ข้อเสียยาวกว่ามาก ทั้งค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นหลายเท่าเมื่อต้องรักษารากฟันแทนการอุด จำนวนครั้งที่ต้องมาเพิ่มขึ้น โอกาสที่ผนังฟันจะแตกจนเก็บไม่ได้ และความเป็นไปได้ที่จะต้องเสียฟันธรรมชาติไปถาวร ซึ่งเมื่อรวมค่าฟันทดแทนแล้วแทบไม่มีกรณีไหนที่การรอจะประหยัดกว่าเลย
เหมาะกับใครและนำไปใช้อย่างไร
ถ้าตอนนี้ยังไม่มีอาการอะไรเลยและไม่ได้ตรวจฟันมานานกว่าหนึ่งปี สิ่งที่ควรทำคือนัดตรวจพร้อมเอกซเรย์ เพราะรอยผุระยะที่รักษาได้ง่ายที่สุดคือระยะที่ไม่มีอาการ การรอให้เจ็บก่อนแล้วค่อยไปเท่ากับตัดทางเลือกที่ถูกและง่ายที่สุดทิ้งไปเอง
ถ้าเห็นรูชัดเจนแล้วแต่ยังเสียวเฉพาะตอนโดนของเย็นหรือของหวานและหายเร็ว แสดงว่ายังอยู่ในช่วงที่อุดฟันได้ ให้รีบนัดภายในสองสัปดาห์ เพราะระยะนี้คือจุดที่ วิธีแก้ฟันผุ ยังจบได้ในครั้งเดียว
แต่ถ้าเริ่มปวดตุบ ๆ ขึ้นมาเองโดยไม่มีสิ่งกระตุ้น ปวดตอนกลางคืน หรือเสียวของร้อนมากกว่าของเย็น ให้พบทันตแพทย์โดยเร็วที่สุด เพราะนั่นคือสัญญาณว่าลึกถึงโพรงประสาทแล้วและทุกวันที่ผ่านไปเพิ่มความเสี่ยงที่จะเก็บฟันไว้ไม่ได้
สรุป
วิธีแก้ฟันผุ ไม่ได้มีสูตรเดียวที่ใช้ได้กับทุกคน แต่เรียงเป็น 5 ระดับตามความลึกของรอยผุ ระดับแรกคือการคืนแร่ธาตุด้วยฟลูออไรด์ซึ่งเป็นระดับเดียวที่ย้อนกลับได้และไม่ต้องกรอฟัน ระดับที่สองคือการอุดฟันเมื่อเกิดรูขึ้นแล้ว ระดับที่สามคืออินเลย์ ออนเลย์ หรือครอบฟันเมื่อเนื้อฟันเหลือน้อยจนเสี่ยงแตก ระดับที่สี่คือการรักษารากฟันพร้อมครอบเมื่อลึกถึงโพรงประสาท และระดับสุดท้ายคือการถอนฟันพร้อมวางแผนใส่ฟันทดแทนเมื่อเก็บไว้ไม่ได้แล้ว สูตรที่บ้านอย่างน้ำมันมะพร้าวหรือผงถ่านไม่สามารถปิดรูที่เกิดแล้วได้ และการหยุดกินน้ำตาลช่วยชะลอได้แต่ไม่ได้รักษา
หากไม่แน่ใจว่าฟันของตัวเองอยู่ระดับไหน หรืออยากรู้ว่ายังพอเก็บไว้ได้หรือต้องบูรณะแบบไหน การให้ทันตแพทย์ตรวจและเอกซเรย์จะให้คำตอบที่ชัดเจนกว่าการเดา ที่ คลินิกทันตกรรมพาสุข มีทันตแพทย์เฉพาะทางที่ดูแลครบตั้งแต่งานอุดฟันไปจนถึงงานรักษารากฟันและครอบฟัน พร้อมเครื่องเอกซเรย์ระบบดิจิทัลที่ช่วยให้เห็นความลึกของรอยผุได้ชัดเจนตั้งแต่ครั้งแรก คลินิกสะอาดได้มาตรฐาน มีหลายสาขาให้เลือกเดินทางสะดวก และแจกแจงแผนการรักษาพร้อมค่าใช้จ่ายให้ทราบก่อนเริ่มเสมอ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
1. ฟันผุแล้วรักษาเองที่บ้านได้ไหม
ได้เฉพาะกรณีเดียวคือระยะจุดขาวขุ่นที่ผิวเคลือบฟันยังไม่ยุบลงเป็นรู ระยะนี้ใช้ยาสีฟันฟลูออไรด์อย่างสม่ำเสมอร่วมกับการลดความถี่ของการกินของหวานจะช่วยคืนแร่ธาตุกลับได้จริง แต่เมื่อเป็นรูแล้วจะไม่มีวิธีใดที่ทำเองที่บ้านแล้วปิดรูนั้นได้
2. ฟันผุไม่เจ็บ จำเป็นต้องรักษาไหม
จำเป็น เพราะเคลือบฟันและเนื้อฟันชั้นนอกไม่มีเส้นประสาทหนาแน่น การไม่เจ็บจึงไม่ได้บอกว่ารอยผุตื้น หลายเคสที่เริ่มเจ็บพบว่าลึกจนต้องรักษารากฟันแล้ว การรักษาตอนที่ยังไม่เจ็บคือจังหวะที่ประหยัดที่สุดทั้งเงินและเวลา
3. วิธีแก้ฟันผุแบบไหนถูกที่สุด
ในระยะยาว การป้องกันและการทาฟลูออไรด์ตั้งแต่ยังเป็นจุดขาวขุ่นถูกที่สุด รองลงมาคือการอุดฟันซึ่งจบในครั้งเดียว ส่วนการรักษารากฟันพร้อมครอบและการใส่ฟันทดแทนหลังถอนคือกลุ่มที่แพงที่สุด ความจริงที่ใช้ได้เสมอคือยิ่งรักษาเร็ว ค่าใช้จ่ายรวมยิ่งต่ำ
4. อุดฟันแล้วจะผุซ้ำที่เดิมได้ไหม
ได้ สาเหตุหลักคือรอยต่อระหว่างวัสดุกับเนื้อฟันเกิดช่องเล็ก ๆ จากการสึกหรือการหดตัวของวัสดุเมื่อเวลาผ่านไป ทำให้แบคทีเรียแทรกเข้าไปได้ อีกสาเหตุคือพฤติกรรมเดิมยังไม่เปลี่ยน การอุดจึงต้องมาพร้อมกับการแปรงฟันและใช้ไหมขัดฟันอย่างสม่ำเสมอเสมอ
5. รักษารากฟันกับถอนฟัน ควรเลือกอะไร
ถ้ายังเหลือเนื้อฟันและกระดูกรองรับเพียงพอ การรักษารากฟันมักคุ้มกว่าในระยะยาวเพราะได้เก็บรากฟันธรรมชาติซึ่งช่วยรักษาระดับกระดูกและการเรียงตัวของฟันข้างเคียงไว้ แต่ถ้ารากร้าว ฟันโยกมาก หรือเหลือแต่ตอใต้เหงือก การถอนแล้ววางแผนใส่ฟันทดแทนจะปลอดภัยและได้ผลกว่า
6. ต้องตรวจฟันบ่อยแค่ไหนเพื่อไม่ให้ฟันผุลุกลาม
โดยทั่วไปแนะนำทุก 6 เดือนพร้อมขูดหินปูน ส่วนผู้ที่มีรอยผุใหม่บ่อย ปากแห้ง สูบบุหรี่ ใส่เครื่องมือจัดฟัน หรือมีโรคประจำตัวอย่างเบาหวาน มักต้องตรวจถี่ขึ้นเป็นทุก 3 ถึง 4 เดือน และควรเอกซเรย์ตามรอบที่ทันตแพทย์ประเมินความเสี่ยงให้



