แชร์

วิธีรักษาเหงือกอักเสบด้วยตัวเองทำได้ไหม? เมื่อไหร่ต้องรีบไปหาหมอฟัน

อัพเดทล่าสุด: 26 ก.ย. 2026
22 ผู้เข้าชม
รักษาเหงือกบวมด้วยตัวเอง

วิธีรักษาเหงือกอักเสบด้วยตัวเองทำได้จริงในระยะเริ่มต้นที่ยังไม่มีหินปูนแข็งเกาะ โดยแปรงฟันให้ถูกวิธีวันละ 2 ครั้ง ใช้ไหมขัดฟันทุกวัน บ้วนน้ำเกลืออุ่น และงดบุหรี่กับของหวาน อาการมักดีขึ้นใน 7-14 วัน แต่ถ้ามีหินปูน หนอง ไข้ หรือฟันโยก ต้องพบทันตแพทย์

เมื่อเหงือกเริ่มบวมแดงและมีเลือดซึมตอนแปรงฟัน คนส่วนใหญ่ยังไม่อยากไปคลินิกทันทีและมองหา วิธีรักษาเหงือกอักเสบด้วยตัวเอง ที่ทำได้ที่บ้านก่อน คำถามคือแนวทางแบบนี้ได้ผลจริงหรือเป็นเพียงการซื้อเวลา คำตอบที่ตรงไปตรงมาคือ วิธีรักษาเหงือกอักเสบด้วยตัวเอง ได้ผลจริงและได้ผลดีมากในเงื่อนไขหนึ่ง คือการอักเสบยังอยู่ระยะเริ่มต้นที่ยังไม่มีหินปูนแข็งเกาะและกระดูกยังไม่ถูกทำลาย ในระยะนั้นเหงือกกลับมาเป็นปกติได้สนิทด้วยการดูแลที่บ้านล้วนๆ แต่พอเลยจุดนั้นไปแล้ว การพยายามรักษาเองต่อกลายเป็นการเสียเวลาที่มีค่าไป บทความนี้จะบอกทั้งสองด้าน คือขั้นตอนที่ทำได้จริงพร้อมแผน 7 วันที่ใช้ตามได้ทันที และเส้นแบ่งที่ชัดเจนว่าอาการแบบไหนต้องหยุดทำเองแล้วเข้าคลินิก

วิธีรักษาเหงือกอักเสบด้วยตัวเองได้ผลจริงไหม ขอบเขตอยู่ที่ไหน

การอักเสบของเหงือกเกิดจากแบคทีเรียในคราบพลัคที่สะสมตามขอบเหงือก คราบพลัคในช่วง 24-72 ชั่วโมงแรกยังเป็นฟิล์มเหนียวนุ่มที่แปรงสีฟันและไหมขัดฟันเอาออกได้หมด นี่คือช่วงที่ วิธีรักษาเหงือกอักเสบด้วยตัวเอง ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ เพราะเรากำจัดต้นเหตุออกได้จริงด้วยมือของเราเอง

แต่เมื่อคราบพลัคอยู่นานกว่านั้น แร่ธาตุในน้ำลายจะทำให้มันตกตะกอนแข็งตัวเป็นหินปูน ซึ่งเกาะแน่นบนผิวฟันจนแปรงสีฟันไม่มีแรงพอจะเอาออกได้อีกเลย ตรงนี้คือเพดานของ วิธีรักษาเหงือกอักเสบด้วยตัวเอง ที่ต้องยอมรับ หินปูนมีผิวขรุขระเป็นแหล่งเกาะของแบคทีเรียชั้นใหม่ ทำให้การอักเสบดำเนินต่อไม่หยุดแม้จะแปรงฟันดีขึ้นแค่ไหน และถ้าหินปูนลงไปอยู่ใต้ขอบเหงือกแล้ว การอักเสบจะกินลึกทำลายกระดูกเบ้าฟันซึ่งไม่งอกกลับมาเอง สรุปหลักการง่ายๆ คือถ้าทำเองอย่างถูกวิธีครบ 1-2 สัปดาห์แล้วดีขึ้นชัดเจน ก็ทำต่อได้ แต่ถ้าไม่ดีขึ้นเลย นั่นแปลว่าต้นเหตุอยู่ในจุดที่มือเราเข้าไม่ถึงแล้ว

ขั้นที่ 1: แปรงฟันให้ถูกวิธี หัวใจของทุกอย่าง

หัวใจที่แท้จริงของ วิธีรักษาเหงือกอักเสบด้วยตัวเอง ไม่ใช่การหาผลิตภัณฑ์ใหม่มาใช้ แต่คือการแปรงฟันให้ถูกเทคนิคและครบทุกจุด คนส่วนใหญ่แปรงฟันมาทั้งชีวิตแต่แปรงเฉพาะผิวหน้าฟันที่มองเห็น และใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งนาที ซึ่งไม่พอสำหรับกำจัดคราบพลัคที่ขอบเหงือก

ใช้แปรงขนนุ่มหัวเล็กที่เข้าถึงฟันกรามซี่ในสุดได้ วางขนแปรงเอียงประมาณ 45 องศาให้ปลายขนสอดเข้าที่ขอบเหงือก ไม่ใช่วางราบกับผิวฟันเฉยๆ แล้วขยับเป็นวงกลมเล็กหรือปัดสั้นๆ จากเหงือกลงมาที่ตัวฟัน ครั้งละ 2-3 ซี่ ห้ามถูไปมาแรงๆ ในแนวนอนเพราะทำให้เหงือกถลอกและร่นในระยะยาว ไล่ให้ครบทั้งด้านนอก ด้านในติดลิ้นและเพดาน และด้านบดเคี้ยว โดยจุดที่คนลืมมากที่สุดคือด้านในของฟันหน้าล่างซึ่งหินปูนเกาะเร็วที่สุด ใช้เวลารวมอย่างน้อย 2 นาที วันละ 2 ครั้ง และครั้งก่อนนอนสำคัญที่สุดเพราะน้ำลายจะลดลงตอนหลับ

ขั้นที่ 2: ไหมขัดฟันและแปรงซอกฟัน ส่วนที่ขาดไม่ได้

แปรงสีฟันทำความสะอาดผิวฟันได้เพียงราว 60 เปอร์เซ็นต์ ส่วนที่เหลืออีก 40 เปอร์เซ็นต์คือซอกระหว่างฟันซึ่งเป็นจุดที่เหงือกอักเสบเริ่มต้นบ่อยที่สุด ดังนั้นการข้ามขั้นนี้เท่ากับทำ วิธีรักษาเหงือกอักเสบด้วยตัวเอง ได้เพียงครึ่งเดียว

วิธีใช้ไหมขัดฟันที่ถูกต้องคือดึงไหมยาวราว 40 เซนติเมตร พันปลายทั้งสองข้างที่นิ้วกลาง ค่อยๆ เลื่อนไหมผ่านซอกฟันโดยขยับไปมาเบาๆ ไม่กระแทกลงตรงๆ เพราะจะบาดเหงือก เมื่อลงถึงขอบเหงือกให้โอบไหมเป็นรูปตัว C รอบฟันแต่ละซี่และเลื่อนขึ้นลงเบาๆ ใต้ขอบเหงือกเล็กน้อย ทำทั้งสองด้านของทุกซอกวันละ 1 ครั้ง สำหรับผู้ที่มีซอกฟันกว้าง เหงือกร่น หรือใส่เครื่องมือจัดฟัน แปรงซอกฟันมักได้ผลดีกว่าไหมขัดฟันเพราะเข้าถึงได้ทั่วกว่า ในช่วงแรกที่เหงือกยังอักเสบจะมีเลือดออกซึ่งเป็นเรื่องปกติ ให้ทำต่อไปอย่างนุ่มนวล เลือดจะลดลงเองภายใน 1-2 สัปดาห์เมื่อเหงือกหายอักเสบ

ขั้นที่ 3: บ้วนน้ำเกลืออุ่น ตัวช่วยที่ปลอดภัยที่สุด

น้ำเกลืออุ่นเป็นวิธีที่แนะนำเป็นอันดับแรกในบรรดาตัวช่วยเสริม เพราะปลอดภัย หาได้ในทุกบ้าน และไม่มีผลข้างเคียงแม้ใช้บ่อย วิธีทำคือละลายเกลือประมาณครึ่งช้อนชาในน้ำอุ่นหนึ่งแก้ว คนให้ละลายจนหมด แล้วกลั้วในปากโดยอมค้างบริเวณที่บวมราว 30 วินาทีก่อนบ้วนออก ทำวันละ 2-3 ครั้ง โดยเฉพาะหลังอาหารและก่อนนอน

น้ำเกลือช่วยลดอาการบวมด้วยกลไกออสโมซิสที่ดึงของเหลวออกจากเนื้อเยื่อที่คั่ง ชะล้างเศษอาหารในร่องเหงือกที่แปรงเข้าไม่ถึง และทำให้สภาพในช่องปากไม่เอื้อต่อการเติบโตของแบคทีเรียบางชนิด สิ่งที่ต้องเข้าใจคือมันไม่ฆ่าเชื้อลึกและไม่ละลายหินปูน จึงเป็นตัวช่วยประกอบ ไม่ใช่แกนหลักของ วิธีรักษาเหงือกอักเสบด้วยตัวเอง ข้อควรระวังคือไม่ควรใส่เกลือเข้มข้นเกินไปเพราะระคายเคืองเยื่อบุ และผู้ที่ต้องจำกัดโซเดียมอย่างผู้ป่วยความดันสูงหรือโรคไตควรบ้วนออกให้หมดไม่กลืนลงไป

ขั้นที่ 4: น้ำยาบ้วนปาก เลือกและใช้อย่างไร

น้ำยาบ้วนปากที่ทันตแพทย์แนะนำในช่วงเหงือกอักเสบคือสูตรที่มีคลอร์เฮกซิดีนกลูโคเนต 0.12 ถึง 0.2 เปอร์เซ็นต์ เพราะยับยั้งแบคทีเรียได้กว้างและยึดเกาะผิวเนื้อเยื่อได้นานหลายชั่วโมง ใช้วันละ 2 ครั้งหลังแปรงฟัน โดยควรเว้นจากการแปรงฟันราว 30 นาที เพราะสารในยาสีฟันลดประสิทธิภาพของคลอร์เฮกซิดีนลง

ข้อจำกัดที่ต้องรู้คือไม่ควรใช้ต่อเนื่องเกิน 2 สัปดาห์โดยไม่ปรึกษาทันตแพทย์ เพราะทำให้ฟันติดสีน้ำตาล ลิ้นเปลี่ยนสี และการรับรสเปลี่ยนไปชั่วคราว ส่วนน้ำยาบ้วนปากทั่วไปที่มีแอลกอฮอล์สูงไม่ควรใช้ต่อเนื่องนานในช่วงที่เหงือกอักเสบ เพราะทำให้ช่องปากแห้งและระคายเคืองเพิ่ม ประเด็นที่สำคัญที่สุดคือน้ำยาบ้วนปากไม่มีแรงกลที่จะขัดคราบพลัคซึ่งเกาะแน่นบนผิวฟันออกได้ จึงใช้แทนการแปรงฟันไม่ได้เลย ต้องใช้เป็นตัวเสริมเท่านั้น

ขั้นที่ 5: ประคบเย็นและยาบรรเทาอาการ

ในช่วง 24-48 ชั่วโมงแรกที่บวมเฉียบพลันและเจ็บมาก การประคบเย็นด้านนอกแก้มช่วยลดบวมและความปวดได้จริง วางถุงเย็นหรือผ้าห่อน้ำแข็งที่แก้มด้านที่มีอาการ ครั้งละ 15-20 นาที แล้วพักสลับ ไม่ควรวางน้ำแข็งแนบผิวโดยตรงเพราะเสี่ยงผิวไหม้จากความเย็น ในช่วงนี้ยังไม่ควรประคบร้อนเพราะอาจทำให้บวมมากขึ้น

สำหรับยา ยาแก้ปวดลดอักเสบกลุ่ม NSAIDs เช่น ไอบูโพรเฟน ช่วยลดทั้งปวดและบวม ให้กินตามขนาดบนฉลากและหลังอาหารทันที ผู้ที่มีโรคกระเพาะ โรคไต โรคหัวใจ หรือกำลังตั้งครรภ์ ควรใช้พาราเซตามอลแทนและปรึกษาเภสัชกรก่อน ส่วนยาปฏิชีวนะไม่ใช่ส่วนหนึ่งของ วิธีรักษาเหงือกอักเสบด้วยตัวเอง และไม่ควรซื้อกินเองเด็ดขาด เพราะการกินไม่ครบคอร์สทำให้เชื้อดื้อยา และตัวยาจะกลบอาการปวดจนเข้าใจว่าหายแล้วขณะที่โรคยังลุกลามอยู่ใต้เหงือก

ขั้นที่ 6: ปรับอาหารและพฤติกรรมให้เหงือกฟื้นตัวเร็วขึ้น

การกำจัดคราบพลัคเป็นด้านหนึ่ง อีกด้านคือทำให้ร่างกายซ่อมแซมตัวเองได้ดีขึ้น ซึ่งเป็นส่วนที่หลายคนมองข้ามใน วิธีรักษาเหงือกอักเสบด้วยตัวเอง

สิ่งที่ควรทำคือดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอเพื่อให้น้ำลายทำหน้าที่ชะล้างตามธรรมชาติ กินผักผลไม้ที่มีวิตามินซีซึ่งจำเป็นต่อการสร้างคอลลาเจนในเหงือก เลือกอาหารอ่อนที่ไม่ต้องเคี้ยวหนักในช่วงที่เจ็บ และนอนหลับให้พอเพราะภูมิคุ้มกันมีผลต่อการอักเสบโดยตรง สิ่งที่ควรงดในช่วงนี้คือของหวานและเครื่องดื่มน้ำตาลสูงโดยเฉพาะการจิบทั้งวัน เพราะทุกครั้งที่น้ำตาลเข้าปาก แบคทีเรียจะผลิตกรดต่อเนื่องอีกราว 20-30 นาที รวมถึงอาหารเผ็ดจัด ร้อนจัด เปรี้ยวจัด และของแข็งที่ทิ่มเหงือก ที่สำคัญที่สุดคืองดบุหรี่และแอลกอฮอล์ เพราะบุหรี่ทำให้หลอดเลือดที่เหงือกหดตัวและแผลในช่องปากหายช้ากว่าปกติอย่างมาก

แผนดูแล 7 วันที่ทำตามได้ทันที

หากต้องการลองทำ วิธีรักษาเหงือกอักเสบด้วยตัวเอง อย่างเป็นระบบก่อนตัดสินใจไปคลินิก ให้ทำตามแผนนี้และประเมินผลเมื่อครบกำหนด

  •  วันที่ 1 เปลี่ยนมาใช้แปรงขนนุ่มหัวเล็กและซื้อไหมขัดฟันหรือแปรงซอกฟันมาเตรียมไว้ เริ่มบ้วนน้ำเกลืออุ่นหลังอาหารทุกมื้อ และประคบเย็นถ้าบวมมาก
  • วันที่ 2 เริ่มแปรงฟันด้วยเทคนิคเอียง 45 องศาให้ครบ 2 นาทีทั้งเช้าและก่อนนอน โดยไม่เว้นบริเวณที่บวมแม้จะมีเลือดออก
  • วันที่ 3 เพิ่มการใช้ไหมขัดฟันทุกซอกก่อนนอน อย่างนุ่มนวลและครบทุกซี่ อาจมีเลือดออกในช่วงนี้ซึ่งเป็นเรื่องปกติ
  • วันที่ 4 งดของหวานและเครื่องดื่มน้ำตาลสูงระหว่างมื้อ งดบุหรี่และแอลกอฮอล์ เพิ่มการดื่มน้ำเปล่าและกินผลไม้ที่มีวิตามินซี
  • วันที่ 5 ประเมินครั้งแรก ส่องกระจกเทียบสีเหงือกกับวันที่ 1 และสังเกตว่าเลือดที่ออกตอนแปรงฟันลดลงหรือไม่ ถ้าลดลงคือมาถูกทาง
  • วันที่ 6 ทำทุกอย่างต่อเนื่องอย่างสม่ำเสมอ และเพิ่มการแปรงลิ้นเบาๆ เพื่อลดแบคทีเรียและกลิ่นปาก
  • วันที่ 7 ประเมินผลจริงจัง ถ้าเหงือกเริ่มกลับมาชมพู บวมลดลง และเลือดออกน้อยลงชัดเจน ให้ทำกิจวัตรนี้ต่อไปเป็นนิสัยและนัดขูดหินปูนตามรอบปกติ แต่ถ้าอาการเท่าเดิมหรือแย่ลง ให้หยุดรักษาเองและนัดพบทันตแพทย์ทันที

สมุนไพรและวิธีพื้นบ้าน อันไหนพอใช้ได้ อันไหนอันตราย

เมื่อค้นหา วิธีรักษาเหงือกอักเสบด้วยตัวเอง มักเจอวิธีพื้นบ้านจำนวนมาก ซึ่งมีทั้งที่พอใช้เป็นตัวเสริมได้และที่ควรเลี่ยงเด็ดขาด

กลุ่มที่พอใช้เป็นตัวเสริมได้อย่างระมัดระวังคือเจลว่านหางจระเข้บริสุทธิ์สำหรับทาบางๆ ที่เหงือก น้ำมันกานพลูที่มียูจีนอลซึ่งมีฤทธิ์ชาเฉพาะที่อ่อนๆ ให้ใช้ปริมาณน้อยมากแตะเฉพาะจุดและไม่ใช้ต่อเนื่องหลายวันเพราะระคายเคืองเยื่อบุได้ และการอมน้ำมันมะพร้าวหรือ oil pulling ที่หลักฐานทางวิชาการยังจำกัดแต่ไม่เป็นอันตรายถ้าไม่ใช้แทนการแปรงฟัน ส่วนน้ำชาเขียวและการเคี้ยวอาหารที่มีวิตามินซีสูงช่วยเรื่องสุขภาพช่องปากโดยรวมได้

กลุ่มที่ควรเลี่ยงเด็ดขาดคือการอมเหล้าขาว ทายาหม่อง หรือใช้แอลกอฮอล์ความเข้มข้นสูงกับเหงือก เพราะทำให้เยื่อบุไหม้และเกิดแผลซ้อนเข้าไปอีก การใช้เกลือหรือผงถ่านขัดเหงือกแรงๆ ซึ่งทำให้ถลอกและเหงือกร่น การใช้ไม้จิ้มฟันแหลมแคะแรงๆ ที่อาจดันเศษอาหารลึกลงและทำให้เนื้อเยื่อฉีก และการบีบหรือเจาะตุ่มหนองเอง ซึ่งเสี่ยงดันเชื้อเข้าเนื้อเยื่อลึกและกระแสเลือด ข้อสรุปคือสมุนไพรทุกชนิดเป็นได้แค่ตัวช่วยบรรเทา ไม่มีตัวใดกำจัดหินปูนหรือแทนการแปรงฟันได้

6 ความเข้าใจผิดที่ทำให้อาการแย่ลง

ข้อผิดพลาดเหล่านี้พบบ่อยมากและมักเป็นเหตุผลที่การดูแลเองไม่ได้ผล

  •  เลี่ยงไม่แปรงบริเวณที่มีเลือดออก เพราะกลัวจะแย่ลง ความจริงคือจุดนั้นคือจุดที่ต้องการความสะอาดมากที่สุด การเว้นไว้ทำให้คราบสะสมและอักเสบหนักขึ้น
  •  แปรงแรงขึ้นเพื่อให้สะอาดขึ้น ซึ่งทำให้เหงือกถลอกช้ำและร่นในระยะยาว สิ่งที่สำคัญคือเทคนิคและความครบถ้วน ไม่ใช่แรง
  • คิดว่าน้ำยาบ้วนปากใช้แทนการแปรงฟันได้ เพราะรู้สึกสะอาดและปากหอม แต่ไม่มีแรงกลที่จะขัดคราบพลัคออกได้เลย
  • หยุดดูแลทันทีที่อาการหาย ทำให้คราบพลัคสะสมกลับมาและอักเสบซ้ำในไม่กี่สัปดาห์ การดูแลต้องเป็นกิจวัตรถาวร ไม่ใช่ทำเฉพาะช่วงมีอาการ
  • ซื้อยาปฏิชีวนะกินเองแล้วหยุดเมื่อหายปวด ซึ่งทำให้เชื้อดื้อยาและกลบอาการจนโรคลุกลามเงียบๆ ใต้เหงือก
  • รอดูอาการนานเป็นเดือน เพราะยังไม่เจ็บมาก ทั้งที่ช่วงเวลาที่รอไปคือช่วงที่กระดูกกำลังถูกทำลายและไม่กลับมาเอง

ตารางเปรียบเทียบ: อาการแบบไหนดูแลเองได้ แบบไหนต้องพบทันตแพทย์

ตารางนี้ใช้เป็นเกณฑ์ตัดสินใจได้ทันทีว่ากรณีของตัวเองอยู่ฝั่งไหน

อาการที่พบ

ดูแลเองได้

ต้องพบทันตแพทย์

เหงือกแดงบวมเล็กน้อย เลือดออกตอนแปรงฟัน

ได้ ลองทำแผน 7 วันก่อน

ถ้าครบ 2 สัปดาห์ไม่ดีขึ้น

เห็นคราบแข็งสีเหลืองหรือน้ำตาลที่คอฟัน

ไม่ได้ แปรงเอาออกไม่ได้

ต้องขูดหินปูน

มีหนองซึม มีรสเค็มหรือกลิ่นเหม็น

ไม่ได้

ต้องพบโดยเร็ว

เหงือกร่นเห็นคอฟัน ฟันโยก

ไม่ได้ กระดูกอาจถูกทำลายแล้ว

ต้องตรวจวัดร่องเหงือกและเอกซเรย์

บวมซ้ำที่ฟันกรามซี่ในสุดเป็นรอบๆ

ไม่ได้ บรรเทาได้ชั่วคราวเท่านั้น

ต้องเอกซเรย์ประเมินฟันคุด

มีไข้ บวมลามขึ้นใบหน้า กลืนหรือหายใจลำบาก

ไม่ได้เด็ดขาด

ต้องไปห้องฉุกเฉินทันที

 

ข้อดีและข้อจำกัดของการรักษาด้วยตัวเอง

ข้อดีที่ชัดเจนคือเริ่มได้ทันทีไม่ต้องรอคิว แทบไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม ปลอดภัยเมื่อทำอย่างถูกวิธี และเป็นรากฐานที่จำเป็นไม่ว่าจะรักษาที่คลินิกหรือไม่ เพราะแม้ขูดหินปูนแล้วก็ต้องกลับมาดูแลเองต่อทุกวัน คนที่เริ่มเร็วในระยะที่เหงือกอักเสบยังไม่ลุกลามสามารถทำให้เหงือกกลับมาปกติได้สนิทโดยไม่ต้องทำอะไรเพิ่มเลย

ข้อจำกัดที่ต้องยอมรับตรงๆ คือ วิธีรักษาเหงือกอักเสบด้วยตัวเอง จัดการได้เฉพาะคราบอ่อนบนผิวฟัน แต่เอาหินปูนที่แข็งตัวแล้วออกไม่ได้ ไม่สามารถกำจัดหินปูนใต้เหงือก ไม่สามารถรักษารอยฟันผุ ที่ลึกถึงโพรงประสาท และไม่สามารถจัดการฟันคุด ที่มีเหงือกคลุมได้ ความเสี่ยงที่แท้จริงจึงไม่ใช่ตัววิธีการ แต่คือการยืดเวลาออกไปนานเกินไปเพราะเชื่อว่าเดี๋ยวก็หาย ในช่วงที่รออยู่นั้นการอักเสบอาจข้ามจากระยะที่ย้อนกลับได้ไปสู่ระยะที่กระดูกถูกทำลายถาวร ซึ่งเป็นความเสียหายที่ไม่มีวิธีใดที่บ้านแก้กลับได้

สัญญาณที่ต้องหยุดรักษาเองและไปหาหมอฟันทันที

หากพบข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ถือว่าการดูแลเองไม่เพียงพอแล้ว

  • ทำอย่างถูกวิธีครบ 1-2 สัปดาห์แล้วอาการเท่าเดิมหรือแย่ลง
  • มองเห็นคราบแข็งสีเหลืองหรือน้ำตาลเกาะที่คอฟันซึ่งแปรงเอาออกไม่ได้
  •  มีหนองไหลจากขอบเหงือก มีรสเค็มหรือกลิ่นเหม็นผิดปกติในปาก
  • มีไข้ หนาวสั่น หรือต่อมน้ำเหลืองที่คอโตและกดเจ็บ
  •  บวมลามขึ้นแก้ม ใต้คาง หรือรอบตา จนใบหน้าผิดรูป ถือเป็นภาวะเร่งด่วน
  •  กลืนลำบาก อ้าปากไม่ขึ้น พูดไม่ชัด หรือหายใจติดขัด ต้องไปห้องฉุกเฉินทันที
  • เลือดออกจากเหงือกเองโดยไม่ได้แปรงฟัน หรือออกไม่หยุดภายใน 10-15 นาที
  • เหงือกร่นเห็นคอฟันชัด ฟันโยก หรือการสบฟันเปลี่ยนไปจากเดิม
  • ปวดตุบๆ ตอนกลางคืนจนนอนไม่หลับ หรือเคี้ยวลงซี่นั้นไม่ได้
  • เป็นผู้ป่วยเบาหวาน หญิงตั้งครรภ์ หรือผู้ที่กินยากดภูมิคุ้มกัน ซึ่งควรพบทันตแพทย์เร็วกว่าคนทั่วไป

รักษาผลลัพธ์ให้อยู่กับเราในระยะยาว

เมื่ออาการดีขึ้นแล้ว สิ่งที่ตัดสินว่าจะกลับมาเป็นซ้ำหรือไม่คือความสม่ำเสมอ ไม่ใช่ความเข้มข้นในช่วงสั้นๆ กิจวัตรที่ควรทำตลอดไปคือแปรงฟันวันละ 2 ครั้ง ครั้งละ 2 นาที ด้วยแปรงขนนุ่มและยาสีฟันฟลูออไรด์ ใช้ไหมขัดฟันหรือแปรงซอกฟันทุกวันโดยเฉพาะก่อนนอน เปลี่ยนแปรงทุก 3 เดือนหรือเมื่อขนบาน ดื่มน้ำให้เพียงพอ ลดของหวานระหว่างมื้อ ไม่สูบบุหรี่ นอนหลับให้พอ และควบคุมโรคประจำตัวให้อยู่ในเกณฑ์

สิ่งที่แทนกันไม่ได้เลยคือการไปตรวจสุขภาพช่องปากพร้อมขูดหินปูนทุก 6 เดือน เพราะไม่ว่าจะแปรงฟันดีแค่ไหน ก็ยังมีจุดที่แปรงเข้าไม่ถึงและเกิดหินปูนได้อยู่ดี ผู้ที่เคยเป็นโรคปริทันต์ ผู้ป่วยเบาหวาน ผู้สูบบุหรี่ และผู้ที่จัดฟัน มักต้องมาถี่ขึ้นเป็นทุก 3-4 เดือนตามที่ทันตแพทย์กำหนด การมาตามรอบไม่ใช่การรักษาเมื่อมีปัญหา แต่คือการตรวจจับปัญหาตอนที่ยังแก้ได้ง่ายและถูกที่สุด

สรุป

วิธีรักษาเหงือกอักเสบด้วยตัวเอง ได้ผลจริงและควรเป็นสิ่งแรกที่ทำ โดยหัวใจอยู่ที่การแปรงฟันให้ถูกเทคนิคครบ 2 นาทีวันละ 2 ครั้ง ใช้ไหมขัดฟันหรือแปรงซอกฟันทุกวัน บ้วนน้ำเกลืออุ่นหลังอาหาร เสริมด้วยน้ำยาบ้วนปากคลอร์เฮกซิดีนในระยะสั้น ประคบเย็นและใช้ยาแก้ปวดเมื่อจำเป็น พร้อมงดของหวาน บุหรี่ และแอลกอฮอล์ หากทำตามแผน 7 วันแล้วเลือดที่ออกตอนแปรงฟันลดลงและสีเหงือกกลับมาชมพู นั่นคือสัญญาณว่ามาถูกทางและควรทำต่อไปเป็นนิสัย

แต่สิ่งที่ต้องยอมรับคือทุกวิธีที่ทำเองมีเพดานชัดเจน คือเอาหินปูนที่แข็งตัวแล้วออกไม่ได้ และแก้ที่รอยฟันผุหรือฟันคุดไม่ได้ ถ้าครบ 1-2 สัปดาห์แล้วไม่ดีขึ้น มองเห็นคราบแข็งที่คอฟัน มีหนอง มีไข้ ฟันโยก หรือบวมลามขึ้นใบหน้า ให้หยุดรักษาเองทันที ที่ คลินิกทันตกรรมพาสุข ทันตแพทย์จะตรวจวัดร่องเหงือกและเอกซเรย์เพื่อบอกได้ชัดว่าเหงือกของคุณยังอยู่ในระยะที่รักษาให้หายสนิทได้ หรือต้องวางแผนรักษาต่อเนื่อง แล้วช่วยปรับเทคนิคทำความสะอาดให้เข้ากับสภาพช่องปากของคุณจริงๆ เพื่อให้การดูแลที่บ้านได้ผลเต็มที่และไม่ต้องกลับมาเจอปัญหาเดิมซ้ำ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

1. วิธีรักษาเหงือกอักเสบด้วยตัวเองใช้เวลากี่วันจึงเห็นผล

ถ้าการอักเสบยังอยู่ระยะเริ่มต้น มักเห็นการเปลี่ยนแปลงชัดใน 7-14 วัน โดยสังเกตจากเลือดที่ออกตอนแปรงฟันลดลงเรื่อยๆ และสีเหงือกเปลี่ยนจากแดงคล้ำกลับมาเป็นชมพูอ่อน ถ้าครบ 2 สัปดาห์แล้วไม่ดีขึ้นเลย ให้ถือว่ามีต้นเหตุที่มือเราเข้าไม่ถึงและควรพบทันตแพทย์

2. เหงือกอักเสบแล้วเลือดออก ควรหยุดแปรงบริเวณนั้นไหม

ไม่ควรหยุด เลือดที่ออกคือสัญญาณว่าบริเวณนั้นอักเสบและต้องการความสะอาดมากกว่าเดิม ให้แปรงต่ออย่างนุ่มนวลด้วยขนนุ่ม เลือดจะลดลงเองภายใน 1-2 สัปดาห์เมื่อการอักเสบหายไป การเว้นไม่แปรงจะทำให้คราบพลัคสะสมและอาการหนักขึ้น

3. ขูดหินปูนเองที่บ้านได้ไหม

ไม่ได้และไม่ควรลอง เพราะเครื่องมือที่ไม่ผ่านการฆ่าเชื้อเสี่ยงติดเชื้อรุนแรง และการขูดผิดวิธีทำให้ผิวเคลือบฟันเป็นรอย เหงือกฉีกขาด และเหงือกร่นถาวร การขูดหินปูนต้องใช้เครื่องอัลตราโซนิกและการมองเห็นที่ทันตแพทย์เท่านั้นทำได้อย่างปลอดภัย

4. ใช้ยาสีฟันสูตรลดเหงือกอักเสบช่วยได้จริงไหม

ช่วยได้ในระดับเสริม ยาสีฟันที่มีสแตนนัสฟลูออไรด์หรือสารต้านแบคทีเรียลดการก่อตัวของคราบพลัคได้เมื่อใช้ต่อเนื่อง แต่ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับเทคนิคการแปรงมากกว่าตัวยาสีฟัน คนที่แปรงไม่ถึงขอบเหงือกจะไม่เห็นความต่างแม้เปลี่ยนยาสีฟันกี่ยี่ห้อ

5. เหงือกอักเสบซ้ำๆ ทุกเดือนแม้ดูแลเองดีแล้ว เกิดจากอะไร

มักหมายความว่ามีต้นเหตุเฉพาะที่ซึ่งยังไม่ได้แก้ เช่น หินปูนใต้เหงือก รอยฟันผุที่กักเศษอาหาร วัสดุอุดฟัน ที่ขอบไม่พอดี หรือฟันคุดที่ต้องผ่า ซึ่งมีเหงือกคลุมอยู่ กรณีเช่นนี้ต้องให้ทันตแพทย์เอกซเรย์หาสาเหตุ เพราะการดูแลเองจะบรรเทาได้เพียงชั่วคราวเท่านั้น

6. คนท้องทำวิธีรักษาเหงือกอักเสบด้วยตัวเองได้ไหม

ได้และควรทำ เพราะฮอร์โมนในช่วงตั้งครรภ์ทำให้เหงือกไวต่อการอักเสบมากขึ้น การแปรงฟันถูกวิธี ใช้ไหมขัดฟัน และบ้วนน้ำเกลืออุ่นปลอดภัยทั้งหมด ส่วนยาแก้ปวดควรใช้พาราเซตามอลและปรึกษาแพทย์ก่อน ทั้งนี้การขูดหินปูนระหว่างตั้งครรภ์ทำได้ปลอดภัยและช่วงที่เหมาะที่สุดคือไตรมาสที่สอง


บทความที่เกี่ยวข้อง
ผ่าตัดกรามร่วมจัดฟัน คืออะไร? ขั้นตอน ค่าใช้จ่าย และการดูแล
สรุปครบเรื่อง ผ่าตัดกราม จัดฟัน สำหรับผู้ที่มีปัญหาโครงสร้างขากรรไกรผิดปกติ เช็กขั้นตอนการรักษา ระยะเวลา งบประมาณ และวิธีดูแลตัวเองหลังผ่าตัด
how many wisdom teeth
ฟันคุดมีกี่ซี่ กันแน่? ชวนมาไขข้อข้องใจเรื่องจำนวนฟันคุดที่คนปกติควรมี พร้อมวิธีเช็กอาการฟันคุดด้วยตัวเองง่าย ๆ ก่อนไปพบทันตแพทย์
เคลือบฟลูออไรด์
เคลือบฟลูออไรด์คืออะไร ป้องกันฟันผุ และช่วยให้ฟันแข็งแรงได้จริงไหม มาทำความเข้าใจประโยชน์ของการเคลือบฟลูออไรด์ และใครบ้างที่ควรทำ
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้