ฟันผุเป็นรู ทำอย่างไรดี? รู้ทันสัญญาณฟันผุ ก่อนต้องถอน

ฟันผุเป็นรู คือภาวะที่กรดจากแบคทีเรียละลายเคลือบฟันและเนื้อฟันจนเกิดโพรงถาวรที่ร่างกายซ่อมเองไม่ได้ ระยะแรกมักไม่เจ็บและมองเห็นเป็นจุดดำหรือรูเล็ก ๆ วิธีรักษาคือกำจัดเนื้อฟันที่ผุออกแล้วอุดฟัน หากลึกถึงโพรงประสาทจะต้องรักษารากฟันหรือถอนฟันแทน
วันหนึ่งคุณส่องกระจกแล้วเห็นจุดดำเล็ก ๆ บนฟันกราม หรือรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างเป็นหลุมให้ลิ้นไปเกี่ยวได้ นั่นแหละคือสัญญาณว่า ฟันผุเป็นรู เกิดขึ้นแล้ว หลายคนเลือกที่จะยังไม่ทำอะไรเพราะมันยังไม่เจ็บ และนั่นคือเหตุผลที่คนไข้จำนวนมากมาถึงคลินิกตอนที่รูลึกจนเก็บฟันไว้ยากแล้ว ความจริงที่ต้องเข้าใจก่อนอย่างอื่นคือเมื่อ ฟันผุเป็นรู แล้ว มันจะไม่หายเองและไม่งอกกลับมาเหมือนแผลที่ผิวหนัง เพราะเคลือบฟันไม่มีเซลล์ที่จะสร้างเนื้อเยื่อใหม่ขึ้นมาทดแทน บทความนี้จะอธิบายว่ารูนั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร แยกระยะยังไง รักษาด้วยวิธีไหน ต้องเสียเงินและเวลาเท่าไร และจะป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำได้อย่างไร
ฟันผุเป็นรูเกิดขึ้นได้อย่างไร
ทุกครั้งที่เรากินอาหารที่มีแป้งหรือน้ำตาล แบคทีเรียในคราบพลัคบนผิวฟันจะย่อยน้ำตาลเหล่านั้นและปล่อยกรดออกมาภายในไม่กี่นาที กรดนี้จะดึงแร่ธาตุแคลเซียมและฟอสเฟตออกจากเคลือบฟัน ในภาวะปกติน้ำลายจะเข้ามาทำให้สภาพเป็นกลางและคืนแร่ธาตุกลับไปภายใน 20 ถึง 40 นาที
ปัญหาเกิดขึ้นเมื่อกรดถูกผลิตบ่อยเกินกว่าที่น้ำลายจะตามซ่อมทัน เช่น การจิบชานมเย็นทีละนิดตลอดบ่าย หรือกินขนมกรุบกรอบเรื่อย ๆ ระหว่างทำงาน สิ่งที่หลายคนไม่รู้คือความถี่ของการกินสำคัญกว่าปริมาณน้ำตาลรวมต่อวันมาก คนที่กินเค้กทั้งชิ้นในครั้งเดียวมีความเสี่ยงน้อยกว่าคนที่จิบน้ำหวานทีละอึกตลอดแปดชั่วโมง
เมื่อการสูญเสียแร่ธาตุสะสมมากพอ ผิวเคลือบฟันจะยุบตัวลงกลายเป็นโพรง และนั่นคือจุดที่ ฟันผุเป็นรู อย่างเป็นทางการ จากตรงนี้กระบวนการจะเร่งขึ้นเพราะรูกลายเป็นที่กักเศษอาหารและแบคทีเรียที่แปรงเข้าไม่ถึง หากอยากเข้าใจกลไกและปัจจัยเสี่ยงอย่างละเอียด บทความเรื่องฟันผุเกิดจากอะไรจะช่วยเติมภาพให้ครบขึ้นอีกมาก
สัญญาณเตือนก่อนจะเห็นรูด้วยตาเปล่า

กว่าจะเห็นเป็นรูชัด ๆ ฟันมักส่งสัญญาณมาก่อนแล้วหลายอย่าง การจับสัญญาณเหล่านี้ได้เร็วคือความแตกต่างระหว่างการอุดฟันเล็ก ๆ กับการรักษารากฟัน
จุดขาวขุ่นบนผิวฟัน
นี่คือระยะแรกสุดและเป็นระยะเดียวที่ยังย้อนกลับได้ จุดขาวขุ่นแสดงว่าแร่ธาตุใต้ผิวเคลือบฟันเริ่มหายไปแล้วแต่ผิวยังไม่ยุบ ถ้าใช้ฟลูออไรด์เข้มข้นและปรับพฤติกรรมการกินในช่วงนี้ แร่ธาตุสามารถกลับคืนมาได้จริงและไม่ต้องอุดเลย
เสียวฟันเวลาโดนของเย็นหรือของหวาน
เมื่อผุทะลุเคลือบฟันเข้าไปถึงเนื้อฟัน ท่อเล็ก ๆ ในเนื้อฟันจะเปิดรับสิ่งกระตุ้นได้โดยตรง ความเสียวจะมาเร็วและหายเร็วภายในไม่กี่วินาที ถ้าอาการยังเป็นแบบนี้แสดงว่ายังไม่ถึงโพรงประสาทและยังอุดได้
เศษอาหารติดจุดเดิมซ้ำ ๆ
ถ้ามีจุดหนึ่งที่เศษอาหารเข้าไปอัดทุกมื้อจนต้องใช้ไหมขัดฟันดึงออกทุกครั้ง นั่นแทบจะยืนยันได้ว่ามีโพรงเกิดขึ้นแล้ว โดยเฉพาะถ้าเป็นบริเวณซอกระหว่างฟันซึ่งมองด้วยตาเปล่าแทบไม่เห็น
กลิ่นปากเฉพาะจุดที่ไม่หายไปแม้แปรงฟันแล้ว
รูที่เกิดจากฟันผุเป็นที่สะสมเศษอาหารที่เน่าและแบคทีเรีย ทำให้เกิดกลิ่นเฉพาะจุดที่การแปรงฟันธรรมดาจัดการไม่ได้ หลายคนสังเกตว่าเมื่อใช้ไหมขัดฟันบริเวณนั้นแล้วดมดู จะมีกลิ่นแรงต่างจากซอกอื่นอย่างชัดเจน
ฟันเปลี่ยนสีเป็นจุดน้ำตาลหรือดำ
สีที่เข้มขึ้นเกิดจากเนื้อฟันที่ถูกทำลายและคราบที่ซึมเข้าไปในรูพรุน ข้อควรระวังคือรูที่เห็นจากภายนอกมักเล็กกว่าความเสียหายจริงข้างใน เพราะเนื้อฟันผุกระจายออกด้านข้างใต้ผิวเคลือบฟันที่ยังดูปกติอยู่
ฟันผุเป็นรูแต่ละแบบ ต่างกันอย่างไร
ตำแหน่งของรูมีผลต่อความยากในการรักษาและโอกาสที่จะตรวจเจอช้าไม่แพ้ความลึก ตารางนี้เปรียบเทียบให้เห็นภาพ
|
ตำแหน่งที่ผุ |
พบบ่อยในใคร |
สังเกตยากแค่ไหน |
แนวทางรักษาทั่วไป |
|
ด้านบดเคี้ยวของฟันกราม |
ทุกวัย โดยเฉพาะเด็กและวัยรุ่น |
เห็นได้ง่ายเมื่อส่องกระจก |
อุดฟัน หรือเคลือบหลุมร่องฟันถ้ายังตื้น |
|
ซอกระหว่างฟัน |
คนที่ไม่ใช้ไหมขัดฟัน |
เห็นยากมาก ต้องเอกซเรย์ |
อุดฟันแบบต้องแยกฟัน ใช้เวลานานขึ้น |
|
คอฟันบริเวณขอบเหงือก |
ผู้สูงอายุ คนที่เหงือกร่น |
เห็นได้ถ้าเปิดริมฝีปากดู |
อุดฟันด้วยวัสดุที่ยึดกับเนื้อฟันได้ดี |
|
ใต้วัสดุอุดเดิม |
คนที่เคยอุดฟันมานาน |
มองไม่เห็นเลย ต้องเอกซเรย์ |
รื้อวัสดุเดิมออกแล้วอุดใหม่ |
|
บนรากฟันที่โผล่พ้นเหงือก |
ผู้สูงอายุ ผู้ที่เป็นโรคปริทันต์ |
เห็นเป็นรอยสีเข้มที่คอฟัน |
อุดฟัน และคุมโรคเหงือกควบคู่ |
จะเห็นว่ากรณีที่อันตรายที่สุดไม่ใช่รูที่ใหญ่ที่สุด แต่คือรูที่มองไม่เห็น เพราะกว่าจะรู้ตัวก็มักลึกไปมากแล้ว นี่คือเหตุผลที่การเอกซเรย์ตรวจฟันประจำปีมีค่ามากกว่าที่หลายคนคิด
ขั้นตอนเมื่อไปหาทันตแพทย์เพราะฟันผุเป็นรู
การรู้ล่วงหน้าว่าจะเจออะไรช่วยลดความกังวลไปได้มาก โดยทั่วไปกระบวนการจะเป็นไปตามลำดับนี้
- ซักประวัติและตรวจในช่องปาก ทันตแพทย์จะใช้กระจกและเครื่องมือปลายแหลมสำรวจผิวฟันทุกซี่เพื่อหาจุดที่เนื้อฟันนิ่มผิดปกติ
- เอกซเรย์เพื่อดูรอยผุที่ซ่อนอยู่ในซอกฟันและใต้วัสดุอุดเดิม รวมถึงประเมินว่ารอยผุอยู่ห่างจากโพรงประสาทแค่ไหน
- อธิบายแผนการรักษาและค่าใช้จ่ายให้ทราบก่อนเริ่ม พร้อมบอกว่าจะต้องมากี่ครั้งและแต่ละครั้งทำอะไรบ้าง
- ฉีดยาชาเฉพาะที่ในกรณีที่รอยผุลึกพอสมควร ส่วนรอยผุตื้นมากบางกรณีอาจไม่จำเป็นต้องใช้ยาชาเลย
- กรอกำจัดเนื้อฟันที่ผุออกให้หมด ขั้นตอนนี้สำคัญที่สุดเพราะถ้าเหลือเนื้อผุไว้ใต้วัสดุอุด รอยผุจะเดินหน้าต่อโดยที่มองไม่เห็น
- ใส่วัสดุรองพื้นในกรณีที่รอยผุลึกใกล้โพรงประสาท เพื่อช่วยลดการระคายเคืองและกระตุ้นให้เนื้อฟันสร้างชั้นป้องกันเพิ่ม
- อุดฟันด้วยวัสดุที่เลือกไว้ แต่งรูปร่างให้เข้ากับฟันซี่ข้างเคียง แล้วให้กัดกระดาษเช็กจุดสูงและปรับจนกัดได้พอดี
- ขัดแต่งผิวให้เรียบ เพราะผิวที่เรียบจะไม่เก็บคราบพลัคและทำให้วัสดุอุดอยู่ได้นานขึ้น
ในเคสที่รอยผุตื้นถึงปานกลาง ทั้งหมดนี้จบได้ในการมาครั้งเดียวและใช้เวลาประมาณ 30 ถึง 60 นาทีต่อซี่ ใครที่กังวลเรื่องความเจ็บ ลองอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมว่าอุดฟันเจ็บไหมและมีขั้นตอนอย่างไรบ้าง
เลือกวัสดุอุดฟันแบบไหนดี
วัสดุอุดหลักที่ใช้กันมีสองกลุ่ม แต่ละแบบมีจุดแข็งคนละด้าน การเลือกจึงขึ้นอยู่กับตำแหน่งฟันและงบประมาณมากกว่าคำว่าแบบไหนดีกว่ากันโดยรวม
วัสดุอุดสีเหมือนฟันหรือคอมโพสิตเรซินเป็นตัวเลือกที่ได้รับความนิยมที่สุดในปัจจุบัน เพราะสีกลมกลืนกับฟันธรรมชาติจนแทบมองไม่ออก ยึดติดกับเนื้อฟันด้วยพันธะเคมีจึงกรอเนื้อฟันดีออกน้อยกว่า และทำเสร็จภายในครั้งเดียว ข้อจำกัดคือในบริเวณที่รับแรงบดเคี้ยวหนักมากอาจสึกหรือแตกได้เร็วกว่า และมีโอกาสติดสีจากชา กาแฟ หรือบุหรี่เมื่อใช้ไปนาน
วัสดุอุดสีเงินหรืออะมัลกัมมีจุดแข็งที่ความทนทานต่อแรงบดเคี้ยวและราคาย่อมเยา จึงยังถูกใช้ในฟันกรามด้านหลังที่ไม่เน้นความสวยงาม ข้อเสียคือสีที่ตัดกับฟันชัดเจน และต้องกรอเนื้อฟันให้เป็นรูปทรงที่ล็อกวัสดุไว้ได้ ซึ่งหมายถึงการสูญเสียเนื้อฟันดีมากกว่า
ในกรณีที่ ฟันผุเป็นรู ขนาดใหญ่จนเหลือผนังฟันบาง ทันตแพทย์อาจแนะนำให้ทำอินเลย์ ออนเลย์ หรือครอบฟันแทนการอุดธรรมดา เพราะวัสดุอุดขนาดใหญ่จะทำหน้าที่เหมือนลิ่มที่ดันผนังฟันให้แตกออกเมื่อเคี้ยวไปนาน ๆ
ถ้าปล่อยฟันผุเป็นรูไว้ไม่รักษา จะเกิดอะไรขึ้น

คำตอบสั้น ๆ คือมันจะไม่หยุดอยู่กับที่ และค่าใช้จ่ายในการแก้ไขจะเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดดในทุกระยะที่ปล่อยผ่านไป
เมื่อรอยผุลามผ่านเนื้อฟันจนถึงโพรงประสาท คุณจะเข้าสู่ภาวะปวดแบบตุบ ๆ ที่กำเริบตอนกลางคืน ซึ่งเป็นความปวดคนละระดับกับความเสียวที่เคยเป็น ตอนนั้นการอุดฟันจะไม่ใช่ทางเลือกอีกต่อไปและต้องเปลี่ยนเป็นการรักษารากฟันซึ่งใช้เวลาหลายครั้งและค่าใช้จ่ายสูงขึ้นหลายเท่า
หากยังปล่อยต่อไปอีก การติดเชื้อจะทะลุออกไปที่ปลายรากฟันจนเกิดถุงหนองและกัดกร่อนกระดูกขากรรไกรรอบ ๆ ระยะนี้มักจบลงด้วยการถอนฟันเพราะโครงสร้างฟันที่เหลือไม่พอให้บูรณะแล้ว และเมื่อฟันหายไปหนึ่งซี่โดยไม่ได้ใส่ทดแทน ฟันข้างเคียงจะค่อย ๆ เอนเข้าหาช่องว่างจนเกิดปัญหาฟันล้ม ส่งผลต่อการสบฟันทั้งปากและทำให้เกิดจุดสะสมเศษอาหารใหม่ขึ้นมาอีก
ข้อดีข้อเสียของการรีบอุดกับการรอดูอาการ
หลายคนลังเลเพราะยังไม่เจ็บและคิดว่ารอไปก่อนก็ได้ การชั่งน้ำหนักสองทางเลือกนี้ตรง ๆ จะช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น
การรีบอุดตั้งแต่รูยังเล็กมีข้อดีคือจบในครั้งเดียว ค่าใช้จ่ายต่ำที่สุดในบรรดาทางเลือกทั้งหมด เก็บเนื้อฟันดีไว้ได้มากที่สุด และไม่ต้องเสี่ยงกับความปวดเฉียบพลันที่มาโดยไม่บอกล่วงหน้า ข้อเสียที่พอจะนับได้คือต้องเสียเวลาหนึ่งครั้งและมีค่าใช้จ่ายที่บางคนมองว่ายังไม่จำเป็นตอนนี้
การรอดูอาการมีข้อดีเพียงอย่างเดียวคือยังไม่ต้องจ่ายในตอนนี้ ส่วนข้อเสียยาวกว่ามาก ทั้งความเสี่ยงที่รอยผุจะถึงโพรงประสาทโดยไม่มีสัญญาณเตือนที่ชัดเจน ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นหลายเท่าเมื่อต้องรักษารากฟัน โอกาสที่ผนังฟันจะแตกจนเก็บไม่ได้ และความเป็นไปได้ที่จะปวดขึ้นมาในช่วงเวลาที่แย่ที่สุด เช่น กลางดึกหรือช่วงวันหยุดยาว
ฟันผุเป็นรูในเด็ก ต่างจากผู้ใหญ่อย่างไร
ฟันน้ำนมมีชั้นเคลือบฟันบางกว่าฟันแท้ประมาณครึ่งหนึ่ง รอยผุจึงลุกลามถึงโพรงประสาทได้เร็วกว่ามาก บางครั้งใช้เวลาเพียงไม่กี่เดือนเท่านั้น
ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยที่สุดคือฟันน้ำนมเดี๋ยวก็หลุดอยู่แล้วจึงไม่ต้องรักษา ความจริงคือหน่อของฟันแท้อยู่ใต้รากฟันน้ำนมพอดี เมื่อฟันน้ำนมติดเชื้อจนเป็นหนองที่ปลายราก การติดเชื้อนั้นจะรบกวนการสร้างเคลือบฟันของฟันแท้ที่กำลังพัฒนาอยู่ ทำให้ฟันแท้ที่ขึ้นมามีจุดด่างหรือผิวไม่สมบูรณ์ นอกจากนี้ถ้าฟันน้ำนมหลุดก่อนกำหนดมาก ช่องว่างจะถูกฟันข้างเคียงเบียดจนฟันแท้ไม่มีที่ขึ้นและเรียงตัวผิดตำแหน่ง
สิ่งที่ช่วยได้จริงในเด็กคือการเคลือบหลุมร่องฟันบนฟันกรามแท้ซี่แรกตั้งแต่อายุประมาณ 6 ขวบ การใช้ยาสีฟันฟลูออไรด์ในปริมาณที่เหมาะกับอายุ การเลิกให้ขวดนมติดปากตอนนอน และการพาไปตรวจฟันทุก 6 เดือนโดยไม่รอให้เด็กบ่นว่าเจ็บก่อน
ป้องกันไม่ให้ฟันผุเป็นรูกลับมาซ้ำ

การอุดฟันแก้ได้เฉพาะรูที่เกิดไปแล้ว แต่ไม่ได้แก้สาเหตุ ถ้าพฤติกรรมเดิมยังอยู่ รูใหม่จะเกิดขึ้นที่ซี่อื่นภายในเวลาไม่นาน สิ่งที่ควรทำเป็นกิจวัตรมีดังนี้
- แปรงฟันด้วยยาสีฟันฟลูออไรด์วันละ 2 ครั้ง ครั้งละ 2 นาที โดยครั้งก่อนนอนสำคัญที่สุดเพราะน้ำลายจะลดลงมากตอนหลับ
- บ้วนน้ำเปล่าหลังแปรงฟันเพียงครั้งเดียวหรือไม่บ้วนเลย เพื่อให้ฟลูออไรด์เหลืออยู่บนผิวฟันได้นานขึ้น
- ใช้ไหมขัดฟันทุกวัน เพราะซอกระหว่างฟันคือจุดที่แปรงเข้าไม่ถึงและเป็นตำแหน่งที่รอยผุมักถูกตรวจพบช้าที่สุด
- ลดความถี่ของการจิบเครื่องดื่มหวานและการกินจุบจิบ ถ้าจะกินของหวานให้กินพร้อมมื้ออาหารแล้วจบในครั้งเดียว
- ดื่มน้ำเปล่าตามหลังทุกครั้งที่กินของหวานหรือของเปรี้ยว เพื่อช่วยชะล้างกรดออกจากผิวฟัน
- เลี่ยงการแปรงฟันทันทีหลังกินของเปรี้ยวจัด ควรรออย่างน้อย 30 นาทีเพราะเคลือบฟันที่เพิ่งโดนกรดจะอ่อนตัวชั่วคราว
- ตรวจฟันและขูดหินปูนทุก 6 เดือน พร้อมเอกซเรย์ตามที่ทันตแพทย์แนะนำเพื่อหารอยผุในซอกฟันที่มองไม่เห็น
- เคี้ยวหมากฝรั่งที่ไม่มีน้ำตาลหลังอาหารในวันที่ไม่สะดวกแปรงฟัน เพื่อกระตุ้นน้ำลายให้ทำหน้าที่ชะล้างตามธรรมชาติ
เหมาะกับใครและนำไปใช้อย่างไร
ถ้าคุณเพิ่งเห็นจุดขาวขุ่นหรือรอยดำเล็ก ๆ และยังไม่มีอาการเจ็บใด ๆ ให้นัดตรวจภายในเดือนนี้ เพราะนี่คือช่วงเวลาที่การรักษาถูกและง่ายที่สุด บางกรณีอาจยังใช้ฟลูออไรด์คืนแร่ธาตุได้โดยไม่ต้องกรอเลย
ถ้ามีรูที่เห็นชัดและเสียวเวลาโดนของเย็นหรือของหวานแต่หายเร็ว แปลว่ายังอยู่ในช่วงที่อุดฟันได้ ให้รีบนัดภายในสองสัปดาห์และเลี่ยงการเคี้ยวด้วยฝั่งนั้นระหว่างรอ
แต่ถ้าเริ่มปวดตุบ ๆ ขึ้นมาเองโดยไม่มีสิ่งกระตุ้น ปวดตอนกลางคืน หรือเสียวของร้อนมากกว่าของเย็น แสดงว่า ฟันผุเป็นรู ลุกลามถึงโพรงประสาทแล้ว กรณีนี้ต้องพบทันตแพทย์โดยเร็วที่สุดและอย่ารอให้อาการหายไปเอง เพราะการที่ปวดหยุดมักหมายถึงเนื้อเยื่อข้างในตายไปแล้ว ไม่ใช่หายดี
สรุป
ฟันผุเป็นรู คือความเสียหายถาวรที่เกิดจากกรดของแบคทีเรียค่อย ๆ ละลายเคลือบฟันและเนื้อฟันจนยุบลงเป็นโพรง จุดสำคัญที่ต้องจำคือมันไม่หายเองและไม่หยุดอยู่กับที่ ระยะจุดขาวขุ่นยังคืนแร่ธาตุกลับได้ด้วยฟลูออไรด์ ระยะที่เป็นรูแล้วต้องอุดฟัน และเมื่อลึกถึงโพรงประสาทจะเหลือทางเลือกเพียงรักษารากฟันหรือถอนฟัน สัญญาณที่ควรจับให้ทันคือเสียวของเย็นหรือของหวาน เศษอาหารติดจุดเดิมซ้ำ ๆ และกลิ่นเฉพาะจุดที่ไม่หายไปหลังแปรงฟัน ส่วนการป้องกันที่ได้ผลจริงคือแปรงฟันด้วยฟลูออไรด์วันละสองครั้ง ใช้ไหมขัดฟันทุกวัน และลดความถี่ของการจิบของหวานระหว่างวัน
หากเห็นรูบนฟันแล้วไม่แน่ใจว่าลึกแค่ไหน หรืออุดไปแล้วแต่ยังเสียวอยู่ การให้ทันตแพทย์ตรวจและเอกซเรย์จะให้คำตอบที่ชัดเจนกว่าการเดาจากสิ่งที่เห็นในกระจก ที่ คลินิกทันตกรรมพาสุข มีทันตแพทย์ที่ดูแลงานอุดฟันและบูรณะฟันโดยเฉพาะ พร้อมเครื่องเอกซเรย์ระบบดิจิทัลที่มองเห็นรอยผุในซอกฟันซึ่งตาเปล่ามองไม่เห็น คลินิกสะอาดได้มาตรฐาน มีหลายสาขาให้เลือกเดินทางสะดวก และแจ้งแผนการรักษาพร้อมค่าใช้จ่ายให้ทราบก่อนเริ่มเสมอ เพื่อให้คุณตัดสินใจได้อย่างสบายใจ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
1. ฟันผุเป็นรูแล้วหายเองได้ไหม
ไม่ได้ เมื่อผิวเคลือบฟันยุบลงเป็นโพรงแล้ว ร่างกายไม่มีเซลล์ที่จะสร้างเคลือบฟันใหม่ขึ้นมาปิดได้เหมือนแผลที่ผิวหนัง สิ่งเดียวที่ย้อนกลับได้คือระยะจุดขาวขุ่นก่อนที่ผิวจะยุบ ซึ่งใช้ฟลูออไรด์เข้มข้นร่วมกับการปรับพฤติกรรมการกินช่วยคืนแร่ธาตุได้
2. ฟันเป็นรูแต่ไม่เจ็บเลย ต้องรีบอุดไหม
ต้องอุด และควรรีบด้วย เพราะเนื้อฟันชั้นนอกไม่มีเส้นประสาทหนาแน่นเท่าชั้นใน การไม่เจ็บจึงไม่ได้แปลว่ารอยผุตื้น หลายเคสที่มาตอนเริ่มเจ็บพบว่ารอยผุลึกจนต้องรักษารากฟันแล้ว การอุดตอนที่ยังไม่เจ็บคือจังหวะที่ประหยัดที่สุดทั้งเงินและเวลา
3. อุดฟันแล้วอยู่ได้นานกี่ปี
วัสดุอุดสีเหมือนฟันมักอยู่ได้ประมาณ 5 ถึง 7 ปี ส่วนวัสดุสีเงินอยู่ได้นานกว่าราว 10 ถึง 15 ปี แต่ตัวเลขนี้ขึ้นอยู่กับขนาดของรอยอุด ตำแหน่งที่รับแรงเคี้ยว และการดูแลช่องปากของแต่ละคนมากกว่าชนิดวัสดุ คนที่นอนกัดฟันมักต้องเปลี่ยนเร็วกว่าค่าเฉลี่ย
4. ทำไมอุดฟันไปแล้วยังผุซ้ำที่เดิมได้
สาเหตุหลักคือรอยต่อระหว่างวัสดุอุดกับเนื้อฟันเกิดช่องเล็ก ๆ จากการสึกหรือการหดตัวของวัสดุเมื่อเวลาผ่านไป ทำให้แบคทีเรียแทรกเข้าไปใต้วัสดุได้ อีกสาเหตุคือพฤติกรรมเดิมยังไม่เปลี่ยน การอุดแก้ที่ผลแต่ไม่ได้แก้ที่ต้นเหตุ จึงต้องควบคู่กับการแปรงฟันและใช้ไหมขัดฟันอย่างสม่ำเสมอ
5. ฟันผุเป็นรูใหญ่มากแล้ว ยังอุดได้อยู่ไหม
ขึ้นอยู่กับปริมาณผนังฟันที่เหลือ ถ้าเหลือผนังแข็งแรงพอก็ยังอุดได้ แต่ถ้าเหลือน้อยจนวัสดุอุดจะทำหน้าที่เหมือนลิ่มดันให้ฟันแตก ทันตแพทย์มักแนะนำให้ทำอินเลย์ ออนเลย์ หรือครอบฟันแทน ซึ่งช่วยโอบรับแรงบดเคี้ยวและยืดอายุฟันซี่นั้นได้นานกว่ามาก
6. ฟันน้ำนมผุเป็นรู จำเป็นต้องอุดไหมในเมื่อเดี๋ยวก็หลุด
จำเป็น เพราะการติดเชื้อที่ปลายรากฟันน้ำนมอยู่ติดกับหน่อฟันแท้ที่กำลังสร้างอยู่ และอาจทำให้ฟันแท้ที่ขึ้นมามีความผิดปกติ นอกจากนี้ถ้าฟันน้ำนมหลุดก่อนกำหนดนานเกินไป ช่องว่างจะถูกเบียดจนฟันแท้ไม่มีที่ขึ้นและเรียงตัวผิดตำแหน่ง ซึ่งแก้ไขยากกว่าการอุดฟันมาก



