ฟันผุข้างๆ เกิดจากอะไร? เช็กสาเหตุ วิธีรักษาและป้องกัน

ฟันผุข้างๆ คือรอยผุที่เกิดบริเวณด้านประชิดระหว่างฟันสองซี่ ซึ่งแปรงสีฟันเข้าไม่ถึงและมองด้วยตาเปล่าแทบไม่เห็น สาเหตุหลักคือการไม่ใช้ไหมขัดฟัน ทำให้คราบพลัคสะสมในซอก ตรวจพบได้แน่นอนด้วยการเอกซเรย์ และรักษาด้วยการอุดฟันเมื่อยังไม่ถึงโพรงประสาท
คนส่วนใหญ่ตรวจฟันตัวเองด้วยการยิ้มหน้ากระจกแล้วมองหารอยดำบนผิวฟัน ปัญหาคือวิธีนี้ตรวจไม่เจอ ฟันผุข้างๆ เลยแม้แต่นิดเดียว เพราะรอยผุประเภทนี้ซ่อนตัวอยู่ในซอกระหว่างฟันสองซี่ที่ชิดกัน ซึ่งเป็นมุมอับที่ทั้งแปรงสีฟันและสายตาเข้าไม่ถึง หลายคนจึงเพิ่งรู้ว่าตัวเองมี ฟันผุข้างๆ ก็ตอนที่ทันตแพทย์ฉายเอกซเรย์ให้ดูแล้วชี้ว่ามีเงาดำอยู่สามสี่จุด ทั้งที่ผิวฟันด้านนอกยังดูขาวสะอาดปกติดี บทความนี้จะอธิบายว่าทำไมซอกฟันถึงเป็นจุดอ่อนที่สุดในช่องปาก มีสัญญาณอะไรบ้างที่พอจับได้ก่อนไปหาหมอ รักษาด้วยวิธีไหน และจะป้องกันอย่างไรให้ได้ผลจริง
ฟันผุข้างๆ คืออะไร ต่างจากฟันผุทั่วไปตรงไหน
ฟันแต่ละซี่มีหลายด้าน ทั้งด้านบดเคี้ยวที่เป็นหลุมร่อง ด้านนอกที่ติดแก้ม ด้านในที่ติดลิ้น และด้านประชิดซึ่งเป็นด้านที่หันเข้าหาฟันซี่ข้างเคียง รอยผุที่เกิดบนด้านประชิดนี้เองที่เราเรียกกันว่า ฟันผุข้างๆ
สิ่งที่ทำให้มันต่างจากฟันผุด้านบดเคี้ยวอย่างชัดเจนมีสามข้อ ข้อแรกคือมองไม่เห็น เพราะจุดที่ผุอยู่ใต้จุดสัมผัสระหว่างฟันสองซี่ซึ่งถูกบังไว้มิด ข้อที่สองคือแปรงสีฟันเข้าไม่ถึงไม่ว่าจะแปรงนานแค่ไหนหรือแรงแค่ไหน เพราะขนแปรงมีขนาดใหญ่กว่าช่องว่างนั้น และข้อที่สามคือเมื่อผุที่ซี่หนึ่งแล้ว ซี่ที่อยู่ติดกันมักผุตามในเวลาไล่เลี่ยกัน เพราะทั้งสองด้านสัมผัสกับคราบพลัคชุดเดียวกัน
ผลรวมของสามข้อนี้คือ ฟันผุข้างๆ มักถูกตรวจพบช้ากว่ารอยผุตำแหน่งอื่นมาก และเมื่อพบแล้วก็มักลึกกว่าที่เจ้าตัวคาดไว้ ทั้งที่ต้นตอของมันเหมือนกับฟันผุทั่วไปทุกประการ คือกรดจากแบคทีเรียที่ย่อยน้ำตาล ใครที่อยากทบทวนกลไกพื้นฐานตรงนี้ ลองดูรายละเอียดเพิ่มว่าฟันผุเกิดจากอะไรได้บ้าง
ทำไมซอกฟันถึงเป็นจุดที่ผุง่ายที่สุด

เหตุผลอยู่ที่สภาพแวดล้อมของซอกฟันเอง ซึ่งเอื้อต่อการสะสมของแบคทีเรียแทบทุกด้าน
เป็นมุมอับที่น้ำลายไหลผ่านน้อย
น้ำลายคือระบบป้องกันฟันผุตามธรรมชาติที่ดีที่สุดของร่างกาย ทำหน้าที่ทั้งชะล้างเศษอาหาร ทำให้กรดเป็นกลาง และนำแร่ธาตุมาคืนให้ผิวฟัน แต่บริเวณซอกฟันที่แคบและถูกบังไว้ น้ำลายไหลผ่านได้น้อยมาก กรดที่เกิดขึ้นตรงนั้นจึงค้างอยู่นานกว่าบริเวณอื่นหลายเท่า
เป็นที่กักเศษอาหารโดยธรรมชาติ
ทุกครั้งที่เคี้ยว เศษอาหารชิ้นเล็ก ๆ จะถูกดันเข้าไปอัดในซอก และถ้าไม่ได้ถูกเอาออกก็จะกลายเป็นอาหารเลี้ยงแบคทีเรียตลอดทั้งวัน คนที่รู้สึกว่ามีจุดหนึ่งที่อาหารติดทุกมื้อ มักเป็นจุดที่มีปัญหาอยู่แล้วโดยไม่รู้ตัว
แปรงสีฟันออกแบบมาไม่ถึงจุดนี้
ต่อให้ใช้แปรงไฟฟ้าราคาแพงหรือแปรงนานถึงห้านาที ขนแปรงก็ทำความสะอาดได้เพียงประมาณ 60 เปอร์เซ็นต์ของผิวฟันทั้งหมด ส่วนที่เหลืออีก 40 เปอร์เซ็นต์คือด้านประชิดซึ่งต้องใช้ไหมขัดฟันหรือแปรงซอกฟันเท่านั้น
คนที่ฟันเรียงชิดหรือซ้อนเกมีความเสี่ยงสูงกว่า
ฟันที่เรียงซ้อนเกทำให้เกิดซอกที่มีรูปทรงซับซ้อนและแคบผิดปกติ ทำความสะอาดได้ยากกว่าฟันที่เรียงตัวปกติมาก คนกลุ่มนี้จึงพบ ฟันผุข้างๆ ได้บ่อยกว่าค่าเฉลี่ย รวมถึงคนที่มีฟันเอนล้มจากการเสียฟันไปซี่หนึ่งแล้วไม่ได้ใส่ทดแทน ซึ่งทำให้เกิดซอกกว้างผิดรูปที่กักอาหารได้ดีเป็นพิเศษ ปัญหาฟันล้มจึงมักมาพร้อมกับรอยผุด้านข้างเสมอ
สัญญาณที่พอจะจับได้ว่ามีฟันผุข้างๆ
แม้จะมองไม่เห็น แต่ร่างกายยังส่งสัญญาณอ้อม ๆ มาให้สังเกตได้อยู่ ถ้าเจอข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ควรนัดตรวจพร้อมเอกซเรย์
- เศษอาหารติดจุดเดิมซ้ำ ๆ ทุกมื้อจนต้องใช้ไหมขัดฟันหรือไม้จิ้มฟันดึงออกทุกครั้ง
- ไหมขัดฟันขาดหรือเป็นขุยเฉพาะซอกใดซอกหนึ่ง แสดงว่าขอบฟันตรงนั้นไม่เรียบเหมือนเดิมแล้ว
- มีกลิ่นแรงผิดปกติเฉพาะซอกหนึ่งเมื่อดมไหมขัดฟันที่เพิ่งใช้กับซอกนั้น
- เสียวฟันเวลาดื่มน้ำเย็นหรือกินของหวาน โดยระบุซี่ที่แน่นอนไม่ได้ว่าเป็นซี่ไหน
- เห็นเงาสีคล้ำจาง ๆ ใต้ผิวเคลือบฟันบริเวณใกล้ขอบฟัน ซึ่งเป็นเงาของเนื้อฟันที่ผุอยู่ข้างใต้
- เหงือกบริเวณซอกนั้นบวมแดงหรือมีเลือดออกเวลาใช้ไหมขัดฟัน ทั้งที่ซอกอื่นไม่เป็น
- รู้สึกว่าฟันสองซี่ห่างกันมากขึ้นกว่าเดิมโดยไม่มีสาเหตุ
ข้อสำคัญคือการไม่มีสัญญาณใด ๆ เลยไม่ได้แปลว่าไม่มี ฟันผุข้างๆ เพราะรอยผุระยะแรกถึงระยะกลางในซอกฟันมักเงียบสนิท วิธีเดียวที่ยืนยันได้จริงคือการเอกซเรย์แบบกัดฟิล์มซึ่งจะเห็นซอกฟันของฟันบนและฟันล่างพร้อมกันในภาพเดียว
เปรียบเทียบฟันผุแต่ละตำแหน่ง
การเห็นภาพรวมว่าตำแหน่งไหนต่างกันอย่างไร ช่วยให้เข้าใจว่าทำไมทันตแพทย์ถึงให้ความสำคัญกับการเอกซเรย์มากขนาดนั้น
|
ตำแหน่ง |
มองเห็นด้วยตาเปล่า |
แปรงสีฟันเข้าถึง |
มักตรวจพบตอน |
ความยากในการอุด |
|
ด้านบดเคี้ยว |
เห็นชัด |
เข้าถึงได้ดี |
ระยะเริ่มต้นถึงกลาง |
ง่าย ทำครั้งเดียวจบ |
|
ด้านข้างหรือซอกฟัน |
แทบไม่เห็น |
เข้าไม่ถึงเลย |
ระยะกลางถึงลึก |
ยากกว่า ต้องแยกฟัน |
|
คอฟันขอบเหงือก |
เห็นถ้าเปิดริมฝีปาก |
เข้าถึงได้ถ้าแปรงถูกวิธี |
ระยะเริ่มต้น |
ปานกลาง ต้องคุมความชื้น |
|
ใต้วัสดุอุดเดิม |
ไม่เห็น |
ไม่เกี่ยวข้อง |
ระยะลึก |
ยาก ต้องรื้อของเดิมออก |
จะเห็นว่า ฟันผุข้างๆ เป็นตำแหน่งที่มีความเสียเปรียบเกือบทุกช่อง ทั้งมองไม่เห็น แปรงไม่ถึง และมักเจอตอนที่ลึกแล้ว นี่คือเหตุผลที่การใช้ไหมขัดฟันไม่ใช่เรื่องเสริม แต่เป็นเรื่องจำเป็นจริง ๆ
ทันตแพทย์ตรวจหาฟันผุข้างๆ ได้อย่างไร

เนื่องจากการมองและการใช้เครื่องมือเขี่ยไม่เพียงพอสำหรับตำแหน่งนี้ การวินิจฉัยจึงต้องอาศัยหลายวิธีร่วมกัน
วิธีมาตรฐานที่ใช้กันทั่วโลกคือการเอกซเรย์แบบกัดฟิล์ม ซึ่งคนไข้จะกัดแผ่นรับภาพเล็ก ๆ ไว้ระหว่างฟันบนและฟันล่าง ภาพที่ได้จะแสดงซอกฟันของทั้งสองขากรรไกรพร้อมกัน รอยผุจะปรากฏเป็นเงาดำรูปสามเหลี่ยมที่กินเข้าไปจากผิวด้านข้าง ทันตแพทย์จะดูว่าเงานั้นอยู่แค่ในชั้นเคลือบฟัน กินเข้าไปในเนื้อฟันแล้ว หรือใกล้โพรงประสาทมากแค่ไหน เพื่อตัดสินใจว่าจะอุดเลยหรือยังเฝ้าระวังได้อีกระยะ
นอกจากนี้ยังมีการใช้แสงส่องผ่านตัวฟันในฟันหน้า ซึ่งจะทำให้เห็นเงาทึบตรงจุดที่มีรอยผุ และการใช้ไหมขัดฟันสำรวจว่ามีจุดที่ไหมสะดุด ขาด หรือเป็นขุยหรือไม่ วิธีเหล่านี้เป็นตัวช่วยเสริม แต่ภาพเอกซเรย์ยังคงเป็นหลักฐานที่ชัดเจนที่สุดอยู่ดี
วิธีรักษาฟันผุข้างๆ ตามความลึก
แนวทางรักษาขึ้นอยู่กับว่ารอยผุกินลึกไปถึงชั้นไหน ไม่ได้ขึ้นกับว่ามีอาการหรือไม่
ระยะที่ยังอยู่แค่ชั้นเคลือบฟัน
ถ้าเงาบนเอกซเรย์ยังไม่ทะลุผ่านชั้นเคลือบฟัน ทันตแพทย์มักยังไม่กรอ แต่จะใช้วิธีทาฟลูออไรด์เข้มข้นเพื่อคืนแร่ธาตุ ร่วมกับการสอนใช้ไหมขัดฟันให้ถูกวิธีและนัดติดตามด้วยเอกซเรย์อีกครั้งในอีก 6 ถึง 12 เดือน เพื่อดูว่ารอยนั้นหยุดนิ่งหรือลุกลามต่อ วิธีนี้ช่วยรักษาเนื้อฟันดีไว้ได้มากที่สุด
ระยะที่กินเข้าไปในเนื้อฟันแล้ว
เมื่อทะลุเข้าชั้นเนื้อฟัน การลุกลามจะเร็วขึ้นอย่างมากเพราะเนื้อฟันอ่อนกว่าเคลือบฟันมาก ระยะนี้ต้องอุดฟันแล้ว ความท้าทายของการอุดในซอกคือทันตแพทย์ต้องเข้าถึงด้านข้างของฟันโดยไม่ทำลายฟันซี่ข้างเคียง จึงมักต้องใส่ลิ่มและแผ่นโลหะบางคั่นระหว่างฟันเพื่อสร้างผนังชั่วคราว แล้วจึงใส่วัสดุอุดและแต่งรูปทรงให้เกิดจุดสัมผัสที่พอดี ถ้าจุดสัมผัสหลวมเกินไป อาหารจะติดหนักกว่าเดิม ถ้าแน่นเกินไปก็จะใช้ไหมขัดฟันไม่ผ่าน งานนี้จึงละเอียดกว่าการอุดด้านบดเคี้ยวพอสมควร ใครที่กังวลเรื่องความรู้สึกระหว่างทำ สามารถอ่านรายละเอียดของขั้นตอนอุดฟันเพิ่มเติมได้
ระยะที่ลึกจนถึงโพรงประสาท
ถ้ารอยผุด้านข้างลึกจนทะลุถึงโพรงประสาท จะเริ่มมีอาการปวดตุบ ๆ เองโดยไม่มีสิ่งกระตุ้นและมักปวดหนักตอนกลางคืน ระยะนี้การอุดฟันไม่ใช่ทางเลือกอีกต่อไป ต้องรักษารากฟันเพื่อกำจัดเนื้อเยื่อที่ติดเชื้อออกแล้วบูรณะตัวฟันด้วยการครอบ ส่วนในกรณีที่รอยผุกินลึกลงไปใต้เหงือกมากจนไม่เหลือขอบฟันที่ดีให้ยึดวัสดุ การถอนฟันแล้ววางแผนใส่ฟันทดแทนอาจเป็นทางที่ให้ผลระยะยาวดีกว่า
ข้อดีข้อเสียของการอุดฟันซอกฟัน
การรู้ทั้งสองด้านช่วยให้ตั้งความคาดหวังได้ถูกต้องและดูแลหลังอุดได้ดีขึ้น
ข้อดีที่ชัดเจนคือหยุดการลุกลามได้ทันที ปิดช่องที่เศษอาหารเคยเข้าไปกักอยู่ ทำให้เหงือกบริเวณนั้นหายอักเสบตามไปด้วย และถ้าอุดตั้งแต่รอยยังไม่ลึกมาก จะจบได้ในครั้งเดียวด้วยค่าใช้จ่ายที่ต่ำกว่าการรักษารากฟันหลายเท่า
ข้อจำกัดที่ควรรู้ไว้คือรอยอุดในซอกฟันมีความเสี่ยงที่จะเกิดรอยผุซ้ำตรงขอบมากกว่าตำแหน่งอื่น เพราะเป็นบริเวณที่ทำความสะอาดยากอยู่แล้วเป็นทุนเดิม บางคนอาจรู้สึกเสียวฟันในช่วงสองถึงสามสัปดาห์แรกหลังอุดซึ่งเป็นเรื่องปกติ และจุดสัมผัสที่สร้างขึ้นใหม่อาจต้องปรับแต่งอีกครั้งถ้าใช้ไหมขัดฟันแล้วรู้สึกฝืดหรือหลวมผิดปกติ สิ่งเหล่านี้แก้ได้ง่ายถ้าบอกทันตแพทย์ในนัดถัดไป
ป้องกันฟันผุข้างๆ อย่างไรให้ได้ผลจริง

เพราะแปรงสีฟันช่วยไม่ได้ในตำแหน่งนี้ การป้องกันจึงต้องพึ่งเครื่องมือที่ออกแบบมาเพื่อซอกฟันโดยเฉพาะ ทำตามลำดับนี้ทุกวันโดยเฉพาะก่อนนอน
- ตัดไหมขัดฟันยาวประมาณ 45 เซนติเมตร พันปลายทั้งสองข้างไว้กับนิ้วกลาง เหลือช่วงใช้งานประมาณ 2 ถึง 3 เซนติเมตร
- สอดไหมผ่านจุดสัมผัสด้วยการเลื่อนไปมาเบา ๆ ห้ามกระแทกลงไปตรง ๆ เพราะจะบาดเหงือกจนเจ็บและเลือดออก
- โอบไหมเป็นรูปตัว C รอบด้านข้างของฟันซี่แรก แล้วเลื่อนขึ้นลงหลายครั้งจนถึงใต้ขอบเหงือกเล็กน้อย
- เปลี่ยนมาโอบด้านข้างของฟันอีกซี่ในซอกเดียวกัน แล้วทำซ้ำแบบเดิม เพราะหนึ่งซอกมีผิวฟันสองด้านที่ต้องทำความสะอาด
- เลื่อนไปใช้ช่วงไหมที่สะอาดสำหรับซอกถัดไป เพื่อไม่ให้ย้ายคราบจากซอกหนึ่งไปอีกซอกหนึ่ง
- ไล่ให้ครบทุกซอกรวมถึงด้านหลังของฟันกรามซี่ในสุดซึ่งเป็นจุดที่คนมักข้ามบ่อยที่สุด
- ผู้ที่มีซอกกว้าง เหงือกร่น หรือใส่เครื่องมือจัดฟัน ให้ใช้แปรงซอกฟันขนาดที่พอดีเสริม เพราะกวาดคราบได้มากกว่าไหมในกรณีเหล่านี้
- แปรงฟันด้วยยาสีฟันฟลูออไรด์ตามหลังเสร็จ และบ้วนน้ำเพียงครั้งเดียวเพื่อให้ฟลูออไรด์เหลืออยู่บนผิวฟัน
นอกจากนี้ควรลดความถี่ของการจิบเครื่องดื่มหวานระหว่างวัน เพราะกรดที่เกิดขึ้นแต่ละครั้งจะค้างในซอกฟันนานกว่าที่อื่น และควรเอกซเรย์ตรวจซอกฟันทุก 1 ถึง 2 ปีตามที่ทันตแพทย์ประเมินความเสี่ยงให้
เหมาะกับใครและนำไปใช้อย่างไร
กลุ่มแรกที่ควรให้ความสำคัญเป็นพิเศษคือคนที่ไม่เคยใช้ไหมขัดฟันเลยหรือใช้บ้างไม่ใช้บ้าง กลุ่มนี้มีโอกาสสูงมากที่จะมี ฟันผุข้างๆ ซ่อนอยู่แล้วโดยไม่รู้ตัว สิ่งที่ควรทำคือนัดตรวจพร้อมเอกซเรย์เพื่อดูภาพจริง แล้วเริ่มใช้ไหมขัดฟันทุกวันตั้งแต่วันนี้
กลุ่มที่สองคือคนที่มีฟันซ้อนเก ฟันเรียงชิดผิดปกติ หรือเคยเสียฟันไปแล้วไม่ได้ใส่ทดแทน กลุ่มนี้มีซอกที่ทำความสะอาดยากเป็นพิเศษ ควรใช้แปรงซอกฟันเสริมและตรวจถี่กว่าคนทั่วไป
กลุ่มที่สามคือคนที่กำลังจัดฟันหรือเพิ่งถอดเครื่องมือ เพราะอุปกรณ์จัดฟันทำให้ทำความสะอาดซอกยากขึ้นมาก การละเลยช่วงนี้มักจบด้วยการพบรอยผุหลายจุดพร้อมกันตอนถอดเครื่องมือออก ซึ่งน่าเสียดายมากเมื่อเทียบกับเวลาและเงินที่ลงไปกับการจัดฟัน
สรุป
ฟันผุข้างๆ คือรอยผุที่เกิดบนด้านประชิดระหว่างฟันสองซี่ ซึ่งเป็นตำแหน่งที่แปรงสีฟันเข้าไม่ถึง น้ำลายไหลผ่านน้อย และมองด้วยตาเปล่าไม่เห็น ทำให้มักถูกตรวจพบช้ากว่ารอยผุตำแหน่งอื่นและลึกกว่าที่คาดไว้ สัญญาณที่พอจับได้คือเศษอาหารติดจุดเดิมซ้ำ ๆ ไหมขัดฟันขาดหรือเป็นขุยเฉพาะซอก และกลิ่นเฉพาะจุดที่ไม่หายหลังแปรงฟัน วิธีตรวจที่แน่นอนที่สุดคือเอกซเรย์แบบกัดฟิล์ม ส่วนการรักษาขึ้นกับความลึก ตั้งแต่ทาฟลูออไรด์เมื่อยังอยู่ในชั้นเคลือบฟัน อุดฟันเมื่อเข้าสู่ชั้นเนื้อฟัน ไปจนถึงรักษารากฟันหรือถอนเมื่อถึงโพรงประสาท และสิ่งที่ป้องกันได้จริงมีเพียงอย่างเดียวคือการใช้ไหมขัดฟันอย่างถูกวิธีทุกวัน
ถ้าไม่เคยเอกซเรย์ตรวจซอกฟันมานานหลายปี หรือมีจุดที่อาหารติดซ้ำ ๆ จนเริ่มสงสัย การให้ทันตแพทย์ตรวจและถ่ายภาพดูจะได้คำตอบชัดเจนกว่าการเดาจากกระจก ที่ คลินิกทันตกรรมพาสุข มีเครื่องเอกซเรย์ระบบดิจิทัลที่เห็นรอยผุในซอกฟันได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น พร้อมทันตแพทย์ที่ดูแลงานอุดฟันด้านข้างซึ่งต้องอาศัยความละเอียดในการสร้างจุดสัมผัสให้พอดี คลินิกสะอาดได้มาตรฐาน มีหลายสาขาให้เลือกเดินทางสะดวก และอธิบายสิ่งที่เห็นบนภาพเอกซเรย์ให้เข้าใจก่อนตัดสินใจรักษาเสมอ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
1. ฟันผุข้างๆ มองเห็นเองได้ไหมถ้าส่องกระจกดี ๆ
ในฟันหน้าอาจพอเห็นเป็นเงาคล้ำจาง ๆ ใต้ผิวเคลือบฟันได้บ้าง แต่ในฟันกรามซึ่งเป็นตำแหน่งที่พบบ่อยที่สุดนั้นมองไม่เห็นเลย เพราะรอยผุอยู่ใต้จุดสัมผัสที่ถูกฟันซี่ข้างเคียงบังไว้มิด วิธีเดียวที่ยืนยันได้แน่นอนคือการเอกซเรย์แบบกัดฟิล์ม
2. ใช้ไหมขัดฟันแล้วเลือดออก ควรหยุดใช้ไหม
ไม่ควรหยุด เลือดที่ออกมักเป็นสัญญาณว่าเหงือกบริเวณนั้นอักเสบอยู่แล้วจากคราบพลัคที่สะสมมานาน ถ้าใช้อย่างถูกวิธีต่อเนื่องทุกวัน อาการเลือดออกมักลดลงและหายไปภายใน 1 ถึง 2 สัปดาห์ แต่ถ้าเกินสองสัปดาห์แล้วยังมีเลือดออกที่เดิม ควรให้ทันตแพทย์ตรวจดูเพราะอาจมีรอยผุหรือหินปูนใต้เหงือกซ่อนอยู่
3. อุดฟันซอกฟันแล้วทำไมยังรู้สึกว่าอาหารติดอยู่
เป็นไปได้ว่าจุดสัมผัสที่สร้างขึ้นใหม่ยังแน่นไม่พอ ทำให้มีช่องเล็ก ๆ ที่เศษอาหารเข้าไปอัดได้ อาการนี้ไม่ใช่เรื่องที่ต้องทนและแก้ไขได้ ควรแจ้งทันตแพทย์เพื่อปรับแต่งหรืออุดใหม่ เพราะถ้าปล่อยไว้จะทำให้เหงือกบริเวณนั้นอักเสบเรื้อรังและเกิดรอยผุซ้ำได้
4. ฟันผุข้างๆ ลุกลามเร็วกว่าฟันผุด้านอื่นจริงไหม
ตัวรอยผุเองไม่ได้ลุกลามเร็วกว่าโดยธรรมชาติ แต่เพราะมันถูกตรวจพบช้ากว่าและอยู่ในสภาพแวดล้อมที่คราบพลัคสะสมได้ตลอดเวลา ผลลัพธ์ที่เห็นในคลินิกจึงมักเป็นรอยผุที่ลึกกว่าและลามไปยังฟันซี่ข้างเคียงพร้อมกัน
5. ใช้น้ำยาบ้วนปากแทนไหมขัดฟันได้ไหม
ไม่ได้ น้ำยาบ้วนปากช่วยลดจำนวนแบคทีเรียในน้ำลายและทำให้ลมหายใจสดชื่นขึ้น แต่ไม่สามารถกวาดคราบพลัคที่เกาะแน่นบนผิวฟันในซอกออกได้ การกำจัดคราบพลัคต้องอาศัยการเสียดสีทางกายภาพเท่านั้น ซึ่งมีเพียงไหมขัดฟันหรือแปรงซอกฟันที่ทำได้
6. ควรเอกซเรย์ตรวจซอกฟันบ่อยแค่ไหน
ขึ้นอยู่กับความเสี่ยงของแต่ละคน ผู้ใหญ่ที่ดูแลช่องปากดีและไม่ค่อยมีประวัติฟันผุมักเอกซเรย์ทุก 2 ถึง 3 ปี ส่วนผู้ที่มีรอยผุใหม่บ่อย ฟันซ้อนเก ปากแห้ง หรืออยู่ระหว่างจัดฟัน มักต้องถ่ายทุก 6 ถึง 12 เดือน ทันตแพทย์จะประเมินความถี่ที่เหมาะสมให้จากประวัติและสภาพช่องปากจริง



