แชร์

เหงือกบวมฟันกรามเกิดจากอะไร? สาเหตุที่พบบ่อย พร้อมวิธีสังเกตอาการ

อัพเดทล่าสุด: 26 ก.ย. 2026
95 ผู้เข้าชม
เหงือกบวมฟันกราม

เหงือกบวมฟันกรามเกิดจากสาเหตุเฉพาะตำแหน่งเป็นหลัก ที่พบบ่อยที่สุดคือฟันคุดที่มีเหงือกคลุมและอักเสบ ตามด้วยฟันผุด้านประชิดที่มองไม่เห็น ฟันร้าว หนองปลายรากฟัน และหินปูนใต้เหงือกในร่องปริทันต์ที่ลึก เพราะฟันกรามอยู่ลึกจนแปรงเข้าถึงยากที่สุดในช่องปาก

อาการ เหงือกบวมฟันกราม เป็นปัญหาที่คนไข้เข้าคลินิกด้วยบ่อยกว่าเหงือกบวมที่ฟันหน้าอย่างเห็นได้ชัด และมักรุนแรงกว่าด้วย เพราะฟันกรามอยู่ลึกในช่องปากจนแปรงเข้าถึงยาก มีร่องและหลุมบนตัวฟันมากกว่า มีรากหลายรากที่สร้างซอกซับซ้อน และเป็นซี่ที่รับแรงบดเคี้ยวหนักที่สุด สาเหตุของ เหงือกบวมฟันกราม จึงไม่ใช่แค่ "แปรงฟันไม่สะอาด" แบบกว้างๆ แต่มักมีต้นเหตุเฉพาะจุดที่ซ่อนอยู่ ตั้งแต่ฟันคุดที่กำลังดันขึ้น ฟันผุด้านประชิดที่มองด้วยตาไม่เห็น ไปจนถึงรอยร้าวในเนื้อฟันและหนองที่ปลายราก บทความนี้จะไล่เรียงสาเหตุที่พบบ่อยทั้งหมด แยกให้เห็นความต่างระหว่างฟันกรามบนกับล่าง พร้อมวิธีสังเกตอาการด้วยตัวเองทีละขั้น และเส้นแบ่งชัดเจนว่าอาการแบบไหนต้องรีบพบทันตแพทย์

ทำไมเหงือกบวมฟันกรามจึงพบบ่อยกว่าฟันหน้า

เหตุผลข้อแรกคือตำแหน่ง ฟันกรามอยู่ลึกที่สุดในช่องปาก การวางแปรงให้ถึงด้านในของฟันกรามซี่สุดท้ายต้องอ้าปากกว้างและหมุนข้อมือในมุมที่คนส่วนใหญ่ทำไม่ถนัด ผลคือคราบพลัคที่คอฟันด้านในและด้านหลังของฟันกรามซี่ท้ายมักถูกละเลยทุกวันจนสะสมเป็นหินปูน

เหตุผลข้อที่สองคือรูปร่างของตัวฟัน ฟันกรามมีด้านบดเคี้ยวกว้างที่มีร่องและหลุมลึกซึ่งเป็นที่กักเศษอาหารตามธรรมชาติ และมีจุดสัมผัสระหว่างซี่ที่กว้างกว่าฟันหน้า ทำให้เศษอาหารอัดแน่นได้ง่ายกว่า เหตุผลข้อที่สามคือรากฟัน ฟันกรามมี 2 ถึง 3 รากที่แยกออกจากกัน บริเวณที่รากแยกตัวเรียกว่าง่ามรากฟัน ซึ่งเมื่อการอักเสบลงลึกถึงจุดนี้จะเป็นซอกที่ทำความสะอาดยากที่สุดและควบคุมโรคได้ยากกว่าฟันซี่เดียวราก

เหตุผลข้อสุดท้ายคือแรงที่ฟันกรามรับ ฟันกรามรับแรงบดเคี้ยวมากที่สุดในช่องปาก จึงเสี่ยงต่อการแตกร้าวและการเสียหายของวัสดุอุดมากกว่าซี่อื่น ทั้งสี่ปัจจัยนี้รวมกันทำให้ เหงือกบวมฟันกราม กลายเป็นอาการที่พบได้ทั่วไปและมักมีต้นเหตุซ่อนอยู่ที่ตัวฟันมากกว่าแค่ความสะอาด

สาเหตุที่ 1: ฟันคุดและเหงือกคลุมฟันอักเสบ

หากอาการ เหงือกบวมฟันกราม เกิดที่ฟันกรามซี่ในสุดในคนอายุประมาณ 17-30 ปี สาเหตุที่ต้องนึกถึงเป็นอันดับแรกคือฟันคุด ฟันคุดที่โผล่ขึ้นมาได้เพียงบางส่วนจะมีแผ่นเหงือกคลุมอยู่ครึ่งซี่ กลายเป็นกระเป๋าที่ดักเศษอาหารและแบคทีเรียซึ่งแปรงและไหมขัดฟันเข้าไม่ถึงเลย เกิดภาวะเหงือกคลุมฟันอักเสบ

ลักษณะเฉพาะที่ช่วยแยกได้คืออาการจะเป็นๆ หายๆ วนกลับมาซ้ำที่จุดเดิมทุกไม่กี่สัปดาห์หรือไม่กี่เดือน มักบวมแดงจนกดแล้วเจ็บมาก อ้าปากได้น้อยลง กลืนเจ็บ เจ็บร้าวไปถึงหูหรือขมับ และบางครั้งมีกลิ่นปากรุนแรงหรือรสเค็มจากหนองที่ซึมออกมา ประเด็นสำคัญคือการกินยาแก้ปวดหรือยาปฏิชีวนะช่วยระงับอาการรอบนั้นได้ แต่ไม่ได้แก้ต้นเหตุ ทางออกที่หายขาดคือให้ทันตแพทย์เอกซเรย์ประเมินว่าควรผ่าฟันคุด ออกหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ฟันคุดที่ขึ้นตรง ขึ้นครบ และทำความสะอาดได้จริงก็ไม่จำเป็นต้องผ่า เสมอไป ซึ่งทันตแพทย์จะประเมินจากภาพเอกซเรย์เป็นรายกรณี

สาเหตุที่ 2: ฟันผุด้านประชิดที่มองด้วยตาไม่เห็น

สาเหตุที่ถูกมองข้ามมากที่สุดของ เหงือกบวมฟันกราม คือรอยฟันผุ ที่ด้านประชิด ซึ่งหมายถึงผิวฟันด้านที่หันเข้าหาซี่ข้างเคียง รอยผุตำแหน่งนี้ซ่อนอยู่ในซอกจนส่องกระจกเองมองไม่เห็นเลย และตรวจพบได้ชัดเจนจากภาพเอกซเรย์เท่านั้น เมื่อรอยผุกินลึกจะกลายเป็นโพรงที่กักเศษอาหารทุกมื้อ ทำให้เหงือกในซอกนั้นอักเสบเรื้อรัง

อาการที่ชี้ไปทางสาเหตุนี้คือเศษอาหารติดที่ซอกเดิมทุกครั้งที่กิน มีกลิ่นแปลกจากซอกนั้น เหงือกในซอกบวมและเลือดออกง่ายเฉพาะจุด และบางคนเริ่มเสียวฟันเมื่อดื่มน้ำเย็นหรือกินของหวาน วิธีแก้คือให้ทันตแพทย์กำจัดรอยผุและอุดฟัน ใหม่ให้ขอบเรียบสนิทและคืนรูปจุดสัมผัสให้ถูกต้อง เมื่อไม่มีที่ให้เศษอาหารอัดแล้ว การอักเสบก็หายไปเอง สิ่งที่ต้องเน้นคือการพยายามใช้ไม้จิ้มฟันแคะซ้ำๆ ที่จุดเดิมไม่ได้แก้ปัญหา และมักทำให้เหงือกฉีกและเสียหายเพิ่ม

สาเหตุที่ 3: ฟันกรามแตก ร้าว หรือรากฟันแตก

ฟันกรามรับแรงบดเคี้ยวหนักที่สุด จึงเป็นซี่ที่แตกร้าวบ่อยที่สุด โดยเฉพาะซี่ที่เคยอุดขนาดใหญ่หรือรักษารากฟันมาแล้วซึ่งเนื้อฟันเหลือน้อยและเปราะกว่าเดิม รอยร้าวอาจเริ่มจากการเคี้ยวของแข็งอย่างน้ำแข็ง กระดูก หรือถั่ว หรือค่อยๆ เกิดจากการนอนกัดฟันสะสมเป็นปี

รอยร้าวที่ลามลงไปถึงรากทำให้แบคทีเรียเข้าไปตามรอยแยกและเกิดการอักเสบที่เนื้อเยื่อรอบราก ผลคือ เหงือกบวมฟันกราม เฉพาะซี่นั้นแบบเรื้อรัง อาการเด่นที่ช่วยแยกได้คือเจ็บแปลบตอน "ปล่อยแรงกัด" มากกว่าตอนกัดลง เสียวฟันเวลาเคี้ยวเฉพาะมุมใดมุมหนึ่ง และเหงือกอาจบวมเป็นตุ่มที่ตำแหน่งเดียวซ้ำๆ แม้ทำความสะอาดดี รอยร้าวเล็กๆ มักมองไม่เห็นในภาพเอกซเรย์ธรรมดา ทันตแพทย์จึงต้องใช้การทดสอบการกัด การส่องไฟ หรือย้อมสีช่วยวินิจฉัย แนวทางรักษาขึ้นอยู่กับความลึกของรอยร้าว จากการครอบฟันเพื่อรัดเนื้อฟันไว้ ไปจนถึงการถอนฟัน หากรอยร้าวแยกรากออกจากกันแล้ว

สาเหตุที่ 4: หนองที่ปลายรากฟันกราม

เมื่อฟันผุลึกทะลุถึงโพรงประสาท แบคทีเรียจะทำให้เนื้อเยื่อในโพรงประสาทติดเชื้อและตายลง หนองจะสะสมที่ปลายรากแล้วหาทางระบายออกโดยดันผ่านกระดูกมาที่เหงือก ปรากฏเป็นตุ่มนูนคล้ายสิวอยู่ข้างตัวฟัน กรณีนี้เป็นสาเหตุที่รุนแรงที่สุดกลุ่มหนึ่งของ เหงือกบวมฟันกราม เพราะเป็นการติดเชื้อจริงที่ลุกลามต่อได้

อาการที่บ่งชี้ชัดคือปวดตุบๆ เป็นจังหวะตามชีพจร ปวดมากขึ้นตอนกลางคืนหรือเวลานอนราบ เคี้ยวลงซี่นั้นไม่ได้เลย รู้สึกว่าฟันซี่นั้นสูงกว่าซี่อื่นเวลาสบฟัน และอาจมีรสเค็มหรือกลิ่นเหม็นเมื่อตุ่มหนองแตก บางคนมีไข้ต่ำและต่อมน้ำเหลืองใต้ขากรรไกรโต จุดที่ต้องระวังคือเมื่อตุ่มหนองแตกเองแล้วอาการปวดจะลดลงมาก ทำให้คนไข้เข้าใจว่าหายแล้วและไม่ไปพบทันตแพทย์ ในขณะที่การติดเชื้อยังดำเนินอยู่และทำลายกระดูกรอบรากต่อไป การรักษาต้องกำจัดต้นเหตุด้วยการรักษารากฟันหรือถอนฟัน ยาปฏิชีวนะเพียงอย่างเดียวไม่พอ

สาเหตุที่ 5: หินปูนใต้เหงือกและร่องปริทันต์ที่ลึก

เมื่อคราบพลัคที่คอฟันกรามอยู่นานเกิน 24-72 ชั่วโมง แร่ธาตุในน้ำลายจะทำให้แข็งตัวเป็นหินปูนซึ่งแปรงเอาออกไม่ได้ หินปูนมีผิวขรุขระเป็นแหล่งเกาะของแบคทีเรียชั้นใหม่ การอักเสบจึงดำเนินต่อและค่อยๆ กินลึกลงไปทำลายเอ็นยึดปริทันต์กับกระดูกเบ้าฟัน เกิดร่องปริทันต์ที่ลึกขึ้นเรื่อยๆ

สิ่งที่ทำให้ฟันกรามน่าเป็นห่วงกว่าซี่อื่นคือง่ามรากฟัน เมื่อกระดูกละลายลงถึงจุดที่รากแยกตัว จะเกิดโพรงใต้ตัวฟันที่ทั้งคนไข้และเครื่องมือเข้าถึงยากมาก ทำให้ฟันกรามเป็นกลุ่มซี่ที่สูญเสียจากโรคปริทันต์บ่อยที่สุด อาการที่พบคือ เหงือกบวมฟันกราม แบบไม่ค่อยเจ็บแต่เป็นเรื้อรัง มีเลือดออกง่าย มีกลิ่นปาก เหงือกร่นจนเห็นคอฟัน มีหนองซึมเมื่อกด และในระยะท้ายฟันเริ่มโยก การรักษาต้องใช้การขูดหินปูนร่วมกับการเกลารากฟันโดยฉีดยาชา และในรายที่ร่องลึกมากอาจต้องส่งต่อทันตแพทย์เฉพาะทางปริทันต์เพื่อทำศัลยกรรม จุดที่ต้องเข้าใจคือกระดูกที่ละลายไปแล้วไม่งอกกลับมาเอง การรักษาระยะนี้จึงเป็นการหยุดการทำลาย ไม่ใช่การย้อนกลับ

สาเหตุที่ 6: เศษอาหารอัดแน่นในซอกฟันกราม

กรณีที่เบาที่สุดและพบบ่อยที่สุดในชีวิตประจำวันคือเศษอาหารอัดแน่นในซอกฟันกราม เนื้อฉีก เส้นใยผัก เมล็ดฝรั่ง หรือเศษกระดูกปลาสามารถแทงเข้าไปในร่องเหงือกและกลายเป็นแหล่งหมักหมมได้ในเวลาไม่กี่ชั่วโมง อาการจะเริ่มทันทีหรือภายในวันเดียวหลังมื้ออาหาร บวมเฉพาะจุดที่ชี้ตำแหน่งได้ชัด และดีขึ้นเร็วมากเมื่อเอาสิ่งแปลกปลอมออก

วิธีจัดการที่ถูกต้องคือใช้ไหมขัดฟันเลื่อนผ่านซอกอย่างนุ่มนวลและบ้วนน้ำเกลืออุ่นตาม ไม่ควรใช้ไม้จิ้มฟันแหลมแคะแรงๆ เพราะอาจดันเศษอาหารลึกลงไปอีกและทำให้เหงือกฉีกขาด สิ่งที่ต้องสังเกตคือถ้าเศษอาหารติดซ้ำที่ซอกเดิมเกือบทุกมื้อ นั่นไม่ใช่เรื่องของอาหารแต่เป็นสัญญาณว่ามีช่องว่างผิดปกติ ซึ่งมักมาจากฟันผุด้านประชิด วัสดุอุดที่แตก จุดสัมผัสระหว่างฟันที่หายไป หรือฟันเรียงตัวเปลี่ยนไป และต้องให้ทันตแพทย์แก้ที่ต้นเหตุ

สาเหตุที่ 7: ฟันกรามล้มเอียงหลังสูญเสียฟันข้างเคียง

เมื่อสูญเสียฟันไปหนึ่งซี่และปล่อยช่องว่างไว้นานโดยไม่ใส่ฟันแทน ฟันข้างเคียงจะค่อยๆ เอียงเข้าหาช่องว่างและฟันคู่สบจะเคลื่อนตัวลงหรือขึ้นมาหาช่องนั้น ปัญหาฟันล้ม นี้พบมากที่สุดกับฟันกราม เพราะเป็นกลุ่มซี่ที่ถูกถอนบ่อยที่สุด

ผลที่ตามมาคือฟันกรามที่เอียงจะสร้างซอกลึกรูปลิ่มที่ด้านที่เอียงเข้า ซึ่งเป็นกับดักคราบพลัคที่ทำความสะอาดยากกว่าเดิมมาก เกิด เหงือกบวมฟันกราม ซ้ำๆ ที่จุดเดียวและควบคุมได้ยากแม้แปรงฟันดี นอกจากนี้แนวการสบฟันที่เปลี่ยนไปทำให้แรงบดเคี้ยวลงไม่สม่ำเสมอ บางซี่รับแรงเกินจนเอ็นยึดฟันอักเสบและเสี่ยงฟันร้าวเพิ่ม การแก้ต้องวางแผนทั้งการทำความสะอาดเฉพาะจุดและการฟื้นฟูช่องว่างด้วยการใส่ฟัน ซึ่งยิ่งทำเร็วยิ่งง่าย เพราะเมื่อฟันเอียงไปมากแล้วมักต้องจัดฟันช่วยตั้งซี่ให้ตรงก่อน

สาเหตุที่ 8: วัสดุอุดหรือครอบฟันที่ขอบไม่พอดี และการนอนกัดฟัน

วัสดุอุดฟันหรือครอบฟันที่ขอบยื่นเกินหรือมีช่องว่างเล็กๆ กับตัวฟัน จะกลายเป็นจุดกักคราบพลัคที่แปรงขัดออกไม่ได้และกดระคายเหงือกอยู่ตลอด อาการคือเหงือกบวมแดงเป็นวงรอบขอบวัสดุนั้นโดยเฉพาะ เลือดออกง่ายเฉพาะจุด และมักคงอยู่แม้ทำความสะอาดดีขึ้นแล้ว วิธีแก้คือให้ทันตแพทย์ตรวจขอบและแก้ไขหรือทำใหม่ให้แนบสนิท

การนอนกัดฟันเป็นอีกปัจจัยที่มักถูกมองข้ามในกรณี เหงือกบวมฟันกราม เพราะแรงกัดตอนหลับสูงกว่าตอนตื่นหลายเท่าและกดลงที่ฟันกรามเป็นหลัก ผลคือเอ็นยึดฟันและเหงือกรอบซี่นั้นถูกกระตุ้นให้อักเสบ ตื่นมามีอาการตึงที่กราม ปวดขมับ ฟันเสียวเวลาเคี้ยว และในระยะยาวเพิ่มความเสี่ยงฟันร้าวกับเหงือกร่น ทันตแพทย์มักแนะนำให้ใส่เฝือกสบฟันตอนนอนเพื่อกระจายแรง ร่วมกับการจัดการความเครียดและการนอนหลับให้เพียงพอ

เหงือกบวมฟันกรามบนกับล่าง ต่างกันอย่างไร

ตำแหน่งบนหรือล่างช่วยให้ประเมินความเสี่ยงได้แม่นขึ้น เพราะโครงสร้างข้างเคียงต่างกัน

ฟันกรามบนมีปลายรากอยู่ใกล้โพรงอากาศไซนัสมาก การติดเชื้อที่ปลายรากฟันกรามบนจึงลามเข้าไซนัสได้ ทำให้มีอาการปวดตื้อที่โหนกแก้ม แน่นจมูกข้างเดียว น้ำมูกข้น และปวดมากขึ้นเวลาก้มหน้า หลายคนเข้าใจผิดว่าเป็นไซนัสอักเสบจากภูมิแพ้ทั้งที่ต้นเหตุอยู่ที่ฟัน นอกจากนี้การบวมของฟันกรามบนมักลามขึ้นไปที่แก้มและใต้ตาได้เร็ว

ฟันกรามล่างอยู่ใกล้กล้ามเนื้อที่ใช้อ้าปากและช่องเนื้อเยื่อที่ต่อกับลำคอ อาการ เหงือกบวมฟันกราม ล่างจึงมักมาพร้อมการอ้าปากได้น้อยลง กลืนเจ็บ และเจ็บร้าวไปที่หูหรือใต้คาง กลุ่มนี้ต้องเฝ้าระวังมากกว่า เพราะหากบวมลามลงใต้คางทั้งสองข้างจนกลืนหรือหายใจลำบาก ถือเป็นภาวะฉุกเฉินที่ต้องไปโรงพยาบาลทันที ไม่ใช่รอนัดคลินิก อีกจุดที่ต่างกันคือฟันคุดล่างพบว่าคุดในแนวนอนหรือเอียงชนซี่ข้างเคียงบ่อยกว่าฟันคุดบน จึงทำให้เกิดเหงือกคลุมฟันอักเสบซ้ำๆ มากกว่า

ตารางเปรียบเทียบสาเหตุเหงือกบวมฟันกรามจากลักษณะอาการ

ตารางนี้สรุปเบาะแสที่ช่วยเดาต้นเหตุก่อนพบทันตแพทย์ โดยดูจากลักษณะความเจ็บและรูปแบบการเกิดซ้ำ

สาเหตุ

ลักษณะอาการเด่น

รูปแบบการเกิด

แนวทางรักษา

ฟันคุด เหงือกคลุมฟันอักเสบ

บวมที่ซี่ในสุด อ้าปากน้อยลง กลืนเจ็บ ร้าวไปหู

เป็นๆ หายๆ ซ้ำที่เดิม

เอกซเรย์ประเมินการผ่าฟันคุด

ฟันผุด้านประชิด

เศษอาหารติดซอกเดิมทุกมื้อ เสียวฟันของหวาน

เรื้อรัง ค่อยแย่ลง

กำจัดรอยผุและอุดฟันใหม่

ฟันร้าวหรือรากแตก

เจ็บแปลบตอนปล่อยแรงกัด เสียวเฉพาะมุม

บวมซ้ำจุดเดียวแม้สะอาด

ครอบฟัน หรือถอนฟันถ้าร้าวลึก

หนองปลายรากฟัน

ปวดตุบตามชีพจร ปวดตอนนอนราบ เคี้ยวไม่ได้

เฉียบพลันและรุนแรง

รักษารากฟันหรือถอนฟัน

หินปูนใต้เหงือก ร่องปริทันต์ลึก

ไม่ค่อยเจ็บ เลือดออกง่าย กลิ่นปาก ฟันโยก

เรื้อรังหลายเดือนถึงปี

ขูดหินปูนและเกลารากฟัน

เศษอาหารอัดซอกฟัน

เจ็บชี้จุดได้ เริ่มหลังมื้ออาหาร

ดีขึ้นเร็วเมื่อเอาออก

ใช้ไหมขัดฟัน บ้วนน้ำเกลืออุ่น

ฟันกรามล้มเอียง

ซอกลึกรูปลิ่ม บวมซ้ำจุดเดียว

เรื้อรัง หลังเสียฟันข้างเคียง

ทำความสะอาดเฉพาะจุดและใส่ฟันแทน

นอนกัดฟัน

ตื่นมาตึงกราม ปวดขมับ ฟันเสียวเวลาเคี้ยว

เป็นรอบตามช่วงเครียด

เฝือกสบฟันและจัดการความเครียด

 

วิธีสังเกตอาการเหงือกบวมฟันกรามด้วยตัวเองทีละขั้น

การประเมินอย่างเป็นระบบช่วยให้เล่าอาการได้ครบและวินิจฉัยได้เร็วขึ้น ทำในที่มีแสงสว่างเพียงพอ ล้างมือให้สะอาด และใช้กระจกส่องช่วยถ้ามี

  1. ระบุซี่ให้ชัดก่อนว่าบวมที่ฟันกรามซี่ในสุด ซี่ถัดมา หรือซี่ที่อยู่ตรงกลาง และเป็นฟันกรามบนหรือล่าง ข้างซ้ายหรือขวา
  2. เทียบกับข้างตรงข้ามในปากเดียวกัน เหงือกปกติเป็นสีชมพูอ่อนและขอบแนบสนิทกับฟัน ถ้าข้างที่มีอาการแดงเข้มหรือนูนมันเงาชัดกว่า คือมีการอักเสบจริง
  3. ใช้ปลายนิ้วสะอาดกดเบาๆ ที่จุดบวม สังเกตว่าเจ็บระดับไหน เนื้อแข็งหรือยวบเหมือนมีของเหลวข้างใน และมีหนองซึมออกมาหรือไม่
  4. เคาะฟันซี่นั้นเบาๆ ด้วยด้ามช้อน แล้วลองกัดสำลีหรือกัดเบาๆ ถ้าเจ็บชัดตอนกัดลงหรือตอนปล่อยแรงกัด มักบ่งชี้ปัญหาที่ตัวฟันหรือปลายราก ไม่ใช่แค่ที่เหงือก
  5. ใช้ไหมขัดฟันในซอกทั้งสองด้านของซี่นั้น สังเกตว่ามีเศษอาหารออกมา มีกลิ่นเหม็น หรือไหมสะดุดขาดง่ายซึ่งบ่งชี้ขอบวัสดุอุดที่แตกหรือรอยผุ
  6. วัดว่าอ้าปากได้กว้างเท่าเดิมหรือไม่ ลองสอดนิ้วซ้อนกันวัดระยะ และสังเกตว่ากลืนน้ำลายเจ็บหรือพูดเปลี่ยนเสียงไปหรือเปล่า
  7. วัดอุณหภูมิร่างกาย และคลำต่อมน้ำเหลืองใต้ขากรรไกรกับที่คอว่าโตหรือกดเจ็บ ซึ่งบ่งชี้การติดเชื้อลุกลาม
  8. สำหรับฟันกรามบน ให้ลองก้มหน้าลงแล้วสังเกตว่าปวดตื้อที่โหนกแก้มมากขึ้นหรือมีอาการแน่นจมูกข้างเดียวร่วมด้วย
  9. บันทึกวันที่เริ่มมีอาการ ความถี่ที่กลับมาเป็นซ้ำ สิ่งที่ทำให้แย่ลง ยาที่กินอยู่ทั้งหมด และโรคประจำตัว แล้วนำข้อมูลนี้ไปให้ทันตแพทย์

อาการที่ต้องพบทันตแพทย์ทันที

การติดเชื้อที่ฟันกรามลามเข้าช่องเนื้อเยื่อของใบหน้าและลำคอได้เร็วกว่าที่หลายคนคิด อาการต่อไปนี้ไม่ควรรอดูอาการเด็ดขาด

  • บวมลามขึ้นแก้ม ใต้คาง หรือรอบตา จนใบหน้าผิดรูปเห็นชัด
  • กลืนลำบาก อ้าปากไม่ขึ้น เสียงเปลี่ยน น้ำลายไหลเพราะกลืนไม่ได้ หรือหายใจติดขัด ต้องไปห้องฉุกเฉินทันที
  • มีไข้สูง หนาวสั่น หรือต่อมน้ำเหลืองที่คอโตและกดเจ็บ
  • มีหนองไหลจากเหงือกต่อเนื่อง หรือมีรสเค็มและกลิ่นเหม็นผิดปกติในปาก
  • ปวดตุบๆ ตอนกลางคืนจนนอนไม่หลับ หรือรู้สึกว่าฟันซี่นั้นสูงกว่าซี่อื่นเวลาสบฟัน
  • ฟันกรามซี่นั้นโยกผิดปกติ หรือการสบฟันเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างชัดเจน
  • ชาที่ริมฝีปากล่างหรือคาง ซึ่งบ่งชี้ว่าการอักเสบกดเบียดเส้นประสาท
  • บวมนานเกิน 1-2 สัปดาห์ทั้งที่ดูแลความสะอาดดีแล้ว หรือบวมซ้ำที่จุดเดิมเป็นรอบๆ
  • ผู้ป่วยเบาหวาน ผู้ตั้งครรภ์ ผู้กินยากดภูมิคุ้มกัน และผู้ที่มีลิ้นหัวใจเทียม ควรพบทันตแพทย์เร็วกว่าคนทั่วไป

ระหว่างรอพบทันตแพทย์ ควรทำและไม่ควรทำอะไร

สิ่งที่ควรทำและปลอดภัยคือแปรงฟันเบาๆ ด้วยขนนุ่มโดยไม่เว้นบริเวณที่บวม ใช้ไหมขัดฟันอย่างนุ่มนวลเพื่อเอาเศษอาหารออก บ้วนน้ำเกลืออุ่นวันละ 2-3 ครั้งโดยเฉพาะหลังอาหาร ประคบเย็นด้านนอกแก้มครั้งละ 15-20 นาทีในช่วง 24-48 ชั่วโมงแรก เคี้ยวอาหารด้วยฟันฝั่งตรงข้าม เลือกอาหารอ่อนที่ไม่ต้องบดหนัก นอนหนุนหมอนสูงถ้าปวดมากตอนกลางคืน ดื่มน้ำให้เพียงพอ และใช้ยาแก้ปวดตามฉลากหรือคำแนะนำของเภสัชกร

สิ่งที่ไม่ควรทำเพราะมักทำให้แย่ลงคือการบีบหรือเจาะตุ่มหนองเอง ซึ่งเสี่ยงดันเชื้อเข้าเนื้อเยื่อลึกและกระแสเลือด การใช้ไม้จิ้มฟันแหลมแคะแรงๆ ที่จุดบวม การอมเหล้าขาวหรือทายาหม่องที่เหงือกซึ่งทำให้เยื่อบุไหม้เป็นแผลซ้อน การประคบร้อนในช่วงที่ยังบวมเฉียบพลัน การซื้อยาปฏิชีวนะกินเองแล้วหยุดกลางทางเมื่อหายปวด ซึ่งทำให้เชื้อดื้อยาและกลบอาการจนโรคลุกลามเงียบๆ การฝืนเคี้ยวของแข็งด้วยซี่ที่มีอาการเพราะเสี่ยงทำให้รอยร้าวลึกขึ้น และการเลี่ยงไม่แปรงจุดที่มีเลือดออก เพราะจุดนั้นคือจุดที่ต้องการความสะอาดมากที่สุด

การรักษาที่คลินิกทำอะไรบ้าง

ขั้นตอนแรกคือการวินิจฉัยให้แม่นก่อน เพราะ เหงือกบวมฟันกราม มีต้นเหตุได้หลายแบบที่รักษาต่างกันสิ้นเชิง ทันตแพทย์จะตรวจในช่องปาก วัดความลึกร่องเหงือกรอบซี่นั้น ทดสอบการเคาะและการกัด ทดสอบความมีชีวิตของโพรงประสาท และเอกซเรย์ ซึ่งภาพเอกซเรย์เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับฟันกราม เพราะรอยผุด้านประชิด หนองปลายราก ระดับกระดูก และตำแหน่งฟันคุด ล้วนมองด้วยตาเปล่าไม่เห็น

จากนั้นแผนการรักษาจะตรงตามต้นเหตุที่พบ ถ้าเป็นคราบและหินปูนก็ขูดหินปูนและเกลารากฟันในรายที่ร่องลึก ถ้าเป็นรอยผุก็กำจัดและอุดฟันใหม่ให้ขอบและจุดสัมผัสถูกต้อง ถ้าโพรงประสาทติดเชื้อก็รักษารากฟันแล้วครอบฟันเพื่อรัดเนื้อฟันไว้ ถ้าเป็นฟันคุดที่ก่อปัญหาซ้ำก็วางแผนผ่าออก ถ้าเป็นรอยร้าวลึกจนแยกรากหรือฟันเสียหายเกินเก็บไว้ก็ถอนฟันและวางแผนใส่ฟันแทนเพื่อป้องกันฟันข้างเคียงล้ม และถ้าเกี่ยวกับแรงกัดก็ปรับการสบฟันหรือทำเฝือกสบฟัน ในรายที่มีการติดเชื้อลุกลามจะมีการระบายหนองในสภาวะปลอดเชื้อและจ่ายยาปฏิชีวนะร่วมด้วย ซึ่งเป็นการเสริมการรักษาต้นเหตุ ไม่ใช่แทนกัน

ป้องกันไม่ให้เหงือกบวมฟันกรามกลับมาซ้ำ

เพราะฟันกรามเป็นกลุ่มซี่ที่ทำความสะอาดยากที่สุด การป้องกันจึงต้องตั้งใจมากกว่าฟันซี่อื่นอย่างเป็นระบบ

จุดที่ต้องเน้นเป็นพิเศษคือใช้แปรงขนนุ่มหัวเล็กเพื่อให้เข้าถึงด้านในและด้านหลังของฟันกรามซี่สุดท้ายได้จริง วางแปรงเอียง 45 องศาที่ขอบเหงือกและขยับสั้นๆ ไม่ถูแรงในแนวนอน แปรงด้านบดเคี้ยวให้ทั่วร่องและหลุม ใช้ไหมขัดฟันหรือแปรงซอกฟันในซอกฟันกรามทุกวันโดยเฉพาะก่อนนอน และพิจารณาใช้แปรงหัวเล็กพิเศษหรือแปรงซอกฟันสำหรับผู้ที่มีร่องเหงือกลึกหรือฟันกรามเอียง

นอกจากความสะอาด สิ่งที่ช่วยได้คือลดของหวานและเครื่องดื่มน้ำตาลสูงระหว่างมื้อ เลี่ยงเคี้ยวของแข็งอย่างน้ำแข็งและกระดูกด้วยฟันกราม เลิกบุหรี่ ควบคุมโรคประจำตัวโดยเฉพาะเบาหวานให้อยู่ในเกณฑ์ ใส่เฝือกสบฟันถ้ามีภาวะนอนกัดฟัน ใส่ฟันแทนเมื่อสูญเสียฟันไปเพื่อไม่ให้ฟันกรามล้ม และไปตรวจสุขภาพช่องปากพร้อมขูดหินปูนทุก 6 เดือน โดยขอให้ทันตแพทย์เอกซเรย์ตรวจซอกฟันกรามเป็นระยะ เพราะรอยผุด้านประชิดจับได้จากภาพเอกซเรย์เท่านั้น ผู้ที่เคยเป็นโรคปริทันต์ ผู้ป่วยเบาหวาน และผู้ที่จัดฟัน มักต้องมาถี่ขึ้นเป็นทุก 3-4 เดือน

สรุป

เหงือกบวมฟันกราม แตกต่างจากเหงือกบวมทั่วปาก เพราะมักมีต้นเหตุเฉพาะจุดที่ซ่อนอยู่ที่ตัวฟันหรือรากฟัน ไม่ใช่แค่เรื่องความสะอาดโดยรวม สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดคือฟันคุดที่มีเหงือกคลุมและอักเสบซ้ำๆ ตามด้วยฟันผุด้านประชิดที่มองด้วยตาไม่เห็น ฟันร้าวจากแรงบดเคี้ยว หนองที่ปลายรากฟัน หินปูนใต้เหงือกกับร่องปริทันต์ที่ลึกถึงง่ามรากฟัน เศษอาหารอัดซอก ฟันกรามล้มเอียงหลังสูญเสียฟันข้างเคียง และวัสดุอุดหรือครอบฟันที่ขอบไม่พอดีร่วมกับการนอนกัดฟัน

เบาะแสที่ใช้แยกได้จริงคือรูปแบบของอาการ ถ้าเจ็บชี้จุดได้และดีขึ้นเมื่อใช้ไหมขัดฟันก็มักเป็นเศษอาหาร ถ้าเป็นๆ หายๆ ที่ซี่ในสุดพร้อมอ้าปากน้อยลงก็มักเป็นฟันคุด ถ้าปวดตุบตามชีพจรตอนกลางคืนและเคี้ยวไม่ได้ก็มักเป็นหนองปลายราก และถ้าไม่ค่อยเจ็บแต่เลือดออกง่ายกับมีกลิ่นปากเรื้อรังก็มักเป็นโรคปริทันต์ ที่สำคัญคือฟันกรามบนเสี่ยงลามเข้าไซนัส ส่วนฟันกรามล่างเสี่ยงลามลงลำคอ ซึ่งกลุ่มหลังหากกลืนหรือหายใจลำบากถือเป็นภาวะฉุกเฉินที่ต้องไปโรงพยาบาลทันที

เนื่องจากต้นเหตุส่วนใหญ่ของอาการนี้มองด้วยตาเปล่าไม่เห็นและต้องอาศัยภาพเอกซเรย์ การเดาเองจึงเสี่ยงเสียเวลาในช่วงที่ยังแก้ได้ง่าย ที่ คลินิกทันตกรรมพาสุข ทันตแพทย์จะตรวจร่องเหงือก ทดสอบการกัดและความมีชีวิตของโพรงประสาท พร้อมเอกซเรย์เพื่อระบุให้ชัดว่าอาการมาจากฟันคุด รอยผุด้านประชิด รอยร้าว หรือกระดูกที่เริ่มละลาย แล้ววางแผนรักษาตามต้นเหตุที่พบจริง พร้อมแนะนำเทคนิคทำความสะอาดฟันกรามที่เหมาะกับสภาพช่องปากของแต่ละคน เพื่อให้อาการไม่กลับมาวนซ้ำอีก

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

1. เหงือกบวมฟันกรามซี่ในสุด แปลว่าเป็นฟันคุดแน่ไหม

เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดแต่ไม่ใช่ทั้งหมด อาการบวมที่ซี่ในสุดอาจมาจากฟันคุดที่มีเหงือกคลุม แต่ก็เกิดจากฟันผุด้านหลังของฟันกรามซี่ที่สอง หินปูนใต้เหงือก หรือหนองปลายรากได้เช่นกัน การเอกซเรย์เป็นวิธีเดียวที่แยกได้ชัด เพราะทั้งตำแหน่งฟันคุดและรอยผุด้านประชิดมองด้วยตาเปล่าไม่เห็น

2. เหงือกบวมฟันกรามกี่วันหาย

ถ้าเกิดจากเศษอาหารอัดซอก อาการมักดีขึ้นภายใน 3-7 วันเมื่อเอาออกและทำความสะอาดถูกวิธี ถ้าเกิดจากฟันคุด หนองปลายราก ฟันร้าว หรือหินปูนใต้เหงือก อาการจะไม่หายขาดเพราะต้นเหตุยังอยู่ครบ ลักษณะที่สังเกตได้คือเป็นๆ หายๆ วนกลับมาที่จุดเดิม หากเกิน 1-2 สัปดาห์ยังไม่ดีขึ้น ควรพบทันตแพทย์

3. เหงือกบวมฟันกรามจนอ้าปากไม่ขึ้น อันตรายไหม

ถือเป็นสัญญาณที่ต้องรีบพบทันตแพทย์ เพราะบ่งชี้ว่าการอักเสบลามไปถึงกล้ามเนื้อที่ใช้อ้าปากแล้ว หากมีอาการกลืนลำบาก เสียงเปลี่ยน บวมใต้คางทั้งสองข้าง หรือหายใจติดขัดร่วมด้วย ให้ไปห้องฉุกเฉินทันทีโดยไม่ต้องรอนัดคลินิก เพราะการติดเชื้อในช่องเนื้อเยื่อลำคอเป็นภาวะที่รุนแรงได้

4. เหงือกบวมฟันกรามบนแล้วปวดโหนกแก้มด้วย เกี่ยวกับไซนัสไหม

เกี่ยวได้ เพราะปลายรากฟันกรามบนอยู่ใกล้โพรงอากาศไซนัสมาก การติดเชื้อที่ปลายรากจึงลามเข้าไซนัสและทำให้ปวดตื้อที่โหนกแก้ม แน่นจมูกข้างเดียว และปวดมากขึ้นเวลาก้มหน้า จุดที่มักเข้าใจผิดคือคิดว่าเป็นไซนัสอักเสบจากภูมิแพ้ ทั้งที่ต้นเหตุอยู่ที่ฟันและต้องรักษาที่ฟัน

5. ถอนฟันกรามที่บวมออกเลยได้ไหม จะเร็วกว่าไหม

ไม่ใช่ทางเลือกแรกเสมอไป ทันตแพทย์จะประเมินก่อนว่าฟันซี่นั้นยังเก็บไว้ได้หรือไม่ เพราะฟันกรามมีบทบาทสำคัญในการบดเคี้ยวและการรักษาแนวสบฟัน ถ้าเก็บได้ก็รักษารากฟันและครอบฟันไว้ ถ้าถอนออกโดยไม่วางแผนใส่ฟันแทน ฟันข้างเคียงจะเอียงเข้าหาช่องว่างและเกิดปัญหาต่อเนื่องในภายหลัง

6. เหงือกบวมฟันกรามในเด็ก เกิดจากอะไร

ในเด็กอายุราว 6 ปีและ 12 ปีมักเกิดจากฟันกรามแท้ที่กำลังขึ้นและมีเหงือกคลุมอยู่ ทำให้บวมและเจ็บเป็นช่วงสั้นๆ ซึ่งมักดีขึ้นเองเมื่อฟันขึ้นพ้นเหงือก อีกสาเหตุที่พบบ่อยคือฟันผุที่ด้านบดเคี้ยวของฟันกรามน้ำนมซึ่งลุกลามเร็วกว่าในผู้ใหญ่ ถ้าเด็กบวมมาก มีไข้ หรือกินอาหารไม่ได้ ควรพาไปพบทันตแพทย์


บทความที่เกี่ยวข้อง
จัดฟันรอบสอง
การกลับมาจัดฟันรอบสองไม่ใช่เรื่องแปลก หากคุณเคยจัดฟันมาก่อน มาดู 5 สัญญาณสำคัญที่บอกว่าถึงเวลาแก้ไขสุขภาพช่องปากและคืนรอยยิ้มที่มั่นใจอีกครั้ง
จัดฟันใสคืออะไร
รู้จักจัดฟันใส Invisalign นวัตกรรมจัดฟันแบบใหม่ที่แทบไม่เห็นเครื่องมือ เปรียบเทียบข้อดี-ข้อเสียกับการจัดฟันโลหะ พร้อมแนะแนวทางเลือกที่เหมาะกับคุณ
best braces color
แจกไอเดียเลือกสียางจัดฟันสีไหนสวย ช่วยขับผิวให้ดูสว่าง ฟันดูขาว พร้อมเทคนิคเลือกสีตามสีผิวและบุคลิก เพิ่มความมั่นใจทุกครั้งที่ยิ้ม พร้อมข้อควรระวังในการเลือกสี
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้